
แบงก์ไทยโดนซิวลูกค้าญี่ปุ่น
‘โตเกียวมิตซูบิชิ’แย่งเค้กไปแน่นอนต้องหาลูกเล่นใหม่รักษาสัมพันธ์เอาไว้
‘โตเกียวมิตซูบิชิ’แย่งเค้กไปแน่นอนต้องหาลูกเล่นใหม่รักษาสัมพันธ์เอาไว้
แบงก์ไทยหนาว “โตเกียวมิตซูบิชิฯ” ลุยไฟตลาดการเงินไทย เขย่ากลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นรายใหญ่จนถูกแบ่งเค้ก
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์สู่ประเทศเพื่อนบ้านโดยผ่านช่องทางพันธมิตร ซึ่งจะมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่มากกว่าก้าวออกไปขยายธุรกิจเอง
“ธนาคารกำลังดูโอกาสที่จะเข้ามา ตอนนี้เราต้องแต่งตัวให้สวยก่อนที่จะมีพาร์ตเนอร์ธุรกิจลีสซิง” นางอรนุช กล่าว
นางอรนุช กล่าวอีกว่า สถานการณ์ธุรกิจการเงินในประเทศขณะนี้ แม้จะมีธนาคารต่างประเทศเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในธนาคารพาณิชย์ไทยก็ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น การเปิดรับสถาบันการเงินต่างประเทศมีตั้งแต่ปี 2540 แล้ว ทำให้ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสัญชาติไทยแท้เหลือไม่กี่แห่ง แน่นอนว่าธนาคารก็ต้องปรับตัวเองและต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา แต่การเป็นธนาคารขนาดเล็กก็มีข้อดีเรื่องความคล่องตัวในการให้บริการ รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองได้อย่างรวดเร็ว
การเข้ามาของธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ สัญชาติญี่ปุ่นนั้น ไม่น่ากระทบต่อลูกค้าญี่ปุ่นที่ใช้บริการกับธนาคาร เพราะพฤติกรรมของลูกค้าญี่ปุ่นจะไม่ตัดความสัมพันธ์ทันที ในทางตรงกันข้ามจะยังรักษาความสัมพันธ์ไว้ เพียงแต่ธนาคารขนาดเล็กอาจเหนื่อยมากขึ้นสำหรับการเข้าหาลูกค้าขนาดใหญ่
ด้านนายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ประเมินว่าการเข้ามาถือหุ้นของธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ในธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะเห็นการแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด แต่ขนาดตลาดในไทยก็ต้องโตขึ้น ฉะนั้นทุกธนาคารจะมีหน้าที่หาลูกเล่นใหม่ๆ รวมทั้งเน้นความสัมพันธ์กับลูกค้า
นายไชยฤทธิ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าธนาคารกรุงเทพอาจได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิฯ เช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารต้องระมัดระวัง เพราะมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มลูกค้าเดียวกัน คือ กลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ ปัจจุบันธนาคารก็มีกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ สัญชาติญี่ปุ่นจำนวนมากและมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน
สำหรับการให้ความสำคัญลูกค้าญี่ปุ่นนั้น ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพมีสาขาในญี่ปุ่น 2 แห่ง คือ สาขาเมืองโตเกียว เปิดในปี 2498 และสาขาโอซากา เปิดในปี 2513 โดยสองสาขานี้พยายามขยายฐานลูกค้าญี่ปุ่นด้วยการเซ็นสัญญากับธนาคารท้องถิ่นในญี่ปุ่นกว่า 20 แห่ง ทำให้ได้ฐานลูกค้าเอสเอ็มอีเป็นหลัก เพราะเป็นธนาคารประจำจังหวัด
ขณะที่การให้ความสำคัญลูกค้าญี่ปุ่นในไทยนั้น ธนาคารกรุงเทพได้จัดตั้งฝ่ายญี่ปุ่นขึ้นมากว่า 10 ปี เพื่อให้บริการลูกค้าญี่ปุ่นในไทย โดยมีพนักงานญี่ปุ่นและพนักงานไทยที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นได้รวมกว่า 30 คน ขณะที่ฝ่ายจีนเพิ่งจัดตั้งขึ้นมาเพียง 2 ปี แต่หากคำนวณธุรกิจต่างประเทศของธนาคารแล้ว พบว่าธุรกิจจีนมีขนาดใหญ่สุด รองลงมา คือ ธุรกิจญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเมินแนวโน้มธนาคารต่างประเทศ ว่า ธนาคารจากเอเชียแปซิฟิกกำลังมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นในระบบธนาคารไทย เห็นได้จากการที่ธนาคารโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ซื้อหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสถานะการเป็นผู้นำตลาดของธนาคารพาณิชย์ใหญ่ของไทยในระยะสั้นถึงระยะกลาง







