posttoday
สินเชื่อไร้หลักประกันเพิ่มตามรถคันแรก

สินเชื่อไร้หลักประกันเพิ่มตามรถคันแรก

22 กรกฎาคม 2556

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

การโหมนโยบายประชานิยมทั้งโครงการบ้านหลังแรกและรถคันแรกของรัฐบาลได้ส่งผลให้คนไทยจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าคงมีจำนวนไม่น้อยตกอยู่ในภาวะเงินตึงมือ ชักหน้าไม่ถึงหลังหรือหมุนเดือนชนเดือน จากภาระหนี้ที่ต้องผ่อนชำระให้กับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ในแต่ละเดือน

หากเป็นการกู้สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกอาจไม่น่ากังวลมากนัก เพราะอย่างน้อยผู้กู้ก็ได้พักอาศัยอยู่จริง คนที่เคยเช่าบ้านอาจนำเงินที่เคยจ่ายค่าเช่ามาผ่อนกับธนาคารแทนโดยเพิ่มเงินต่อเดือนเล็กน้อย นอกจากนี้อสังหาริมทรัพย์ยังถือเป็นสินทรัพย์ที่มูลค่าจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นแน่นอนอยู่แล้วหากไม่เกิดวิกฤตรุนแรง

แต่สำหรับผู้ที่กู้ซื้อรถยนต์คันแรกอาจแตกต่างออกไป เพราะนอกจากการผ่อนชำระค่างวดกับธนาคารแล้ว ผู้ซื้อยังต้องเผชิญกับภาระค่าเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษา ค่าประกันภัย ค่าทางด่วน ฯลฯ ขณะเดียวกันรถยนต์ยังถือเป็นสินทรัพย์ที่ยิ่งใช้มูลค่าจะยิ่งลดลง ทำให้ผู้ที่ใช้สิทธิในโครงการนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนในวัยเริ่มทำงานและรายได้ยังไม่สูงมากนัก มีความเสี่ยงจะต้องเผชิญกับภาวะที่รายจ่ายพุ่งแซงรายได้

ในภาวะตึงตัวเช่นนี้ หลายคนที่ไม่คาดคิดว่าการกู้ซื้อรถยนต์จะมีภาระสูงถึงเพียงนี้ เพราะคำนึงถึงแต่ค่างวดที่ต้องผ่อนชำระกับธนาคาร อาจเลือกหาทางออกด้วยการนำเงินในอนาคตอย่างบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลหรือสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ไม่มีหลักประกันมาใช้หมุนเวียน หรือผ่อนชำระค่างวดรถยนต์หรือค่าบ้านแทน ซึ่งแน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาคือวงจรหนี้ที่ไม่รู้จบและไม่สามารถชำระได้ในท้ายที่สุด

ข้อมูลตัวเลขสินเชื่อส่วนบุคคลชนิดไม่มีหลักประกันของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา สถาบันการเงินในไทยมียอดปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักประกันรวมกันอยู่ที่ 2.75 แสนล้านบาท ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2549 โดยเพิ่มขึ้น 5.1 หมื่นล้านบาท หรือ 22.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการขยายตัวในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย 30.8% ธนาคารพาณิชย์ต่างชาติ 6.5% และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) 17.9%

ทั้งนี้ หากเทียบกับเดือน เม.ย. 2556 พบว่า ยอดสินเชื่อไม่มีหลักประกันในเดือน พ.ค. 2556 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.2% แบ่งเป็นการขยายตัวในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย 7% ธนาคารพาณิชย์ต่างชาติ 1.3% และนันแบงก์ 1.9%

สำหรับการเติบโตในแง่จำนวนบัญชี พบว่า ในเดือน พ.ค. 2556 มีจำนวนบัญชีสินเชื่อบุคคลไม่มีหลักประกันรวมทั้งระบบ 10.72 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 1.58 ล้านบัญชี หรือ 17.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และนับเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 19 ทั้งนี้ หากนับเฉพาะการเติบโตตั้งแต่ต้นปี จำนวนบัญชีที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ที่ 8.39 แสนบัญชี

ตัวเลขที่ออกมานับว่าค่อนข้างสอดคล้องกับการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มีขยายตัวสูงถึง 40% ในไตรมาสแรก จากยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศที่มีจำนวนถึง 412,680 คัน พร้อมกับยอดผิดนัดชำระที่เพิ่มขึ้นมาถึง 6.1% ในเดือน ก.พ. จนทำให้ ธปท.มีการออกมาส่งสัญญาณว่าอยู่ระหว่างติดตามดูเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ล่าสุดข้อมูลจากสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันมีรถยนต์จากโครงการรถคันแรกที่ถูกธนาคารยึดและเตรียมนำออกขายทอดตลาดแล้วประมาณ 300 คัน เนื่องจากลูกค้าไม่สามารถจ่ายค่างวดได้ตามปกติและลูกค้ากลุ่มนี้ยังได้สิทธิคืนภาษีจากรัฐบาลไปแล้วด้วย ทำให้สถาบันการเงินต้องดำเนินการตามกระบวนการขอยกเลิกการถือครองรถ 5 ปี กับกรมสรรพสามิต และแจ้งลูกค้าให้นำเงินที่ได้รับสิทธิไปคืนกรมสรรพสามิตทั้งจำนวน

หากพิจารณาจากสัญญาณหนี้มีปัญหาผิดชำระที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และตัวเลขสินเชื่อบุคคลไม่มีหลักประกันที่เติบโตขึ้น อาจสะท้อนให้เห็นว่า น่าจะมีกลุ่มคนที่มีปัญหาในการผ่อนชำระบางส่วนที่เริ่มนำวงเงินในบัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคล ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต่างแย่งกันเสนอให้ลูกค้าอาจจะก่อนกู้ซื้อรถยนต์หรือหลังก็ตามออกมาใช้แล้ว

ยุทธชัย เตยะราชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ระบุว่า ธนาคารเริ่มมองเห็นความสัมพันธ์ในเชิงการเติบโตระหว่างสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อไม่มีหลักประกันตั้งแต่ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยมองว่า มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มคนที่กู้ซื้อรถยนต์คันแรกที่มีปัญหาด้านความสามารถในการชำระอาจพึ่งพาสินเชื่อไม่มีหลักประกัน

สอดคล้องกับ สุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ที่เปิดเผยว่า ธนาคารได้เพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อประเภทไม่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อบุคคลและบัตรกดเงินสดมากขึ้น เพราะมองว่าภาระหนี้ภาคครัวเรือนและค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ลูกค้าอาจนำสินเชื่อประเภทนี้ซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 28% ต่อปีและควบคุมวัตถุประสงค์ไม่ได้ ไปหมุนต่อยอดเพื่อชำระสินเชื่อประเภทอื่นที่คิดดอกเบี้ยต่ำกว่า เช่น สินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อบัตรเครดิต ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อคุณภาพหนี้ของธนาคาร

“สินเชื่อไม่มีหลักประกันเป็นสินเชื่อที่ธนาคารควบคุมวัตถุประสงค์การใช้เงินของลูกค้าไม่ได้ ยิ่งหากลูกค้ายื่นกู้พร้อมกันหลายธนาคารยิ่งเสี่ยงมากเพราะตรวจสอบยาก เพราะสินเชื่อที่ยังไม่อนุมัติจะยังไม่อยู่บนฐานข้อมูลของเครดิตบูโร ดังนั้น การปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักประกันเราจะเน้นไปที่กลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้สูง เพราะตรวจสอบพฤติกรรมการเดินบัญชีได้” สุภัค กล่าว

ข้อมูลตัวเลขที่ออกมาในเวลานี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า ไฟปัญหาได้เริ่มปะทุขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม หากทุกคนพร้อมใจช่วยกันระแวดระวังดังเช่นที่สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มทำในขณะนี้ ไฟปัญหาย่อมถูกควบคุมอยู่ในวงจำกัดได้ทันท่วงที

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69