
เครดิตบูโรติงกยศ. ขึ้นบัญชีดำเบี้ยวหนี้
เครดิตบูโรติง กยศ.คิดให้ดี จะขึ้นบัญชีดำคนเบี้ยวหนี้
เครดิตบูโรติง กยศ.คิดให้ดี จะขึ้นบัญชีดำคนเบี้ยวหนี้
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า การที่ทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จะส่งรายชื่อลูกหนี้ของกองทุนที่ไม่ยอมมาชำระหนี้คืนให้กับเครดิตบูโรนั้น ควรจะต้องพิจารณาให้รอบคอบเพราะอาจจะเป็นการลงโทษที่แรงเกินไป
ทั้งนี้ ทางเครดิตบูโรได้หารือกันและจะประสานงานไปยัง กยศ. ให้แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเครดิตบูโรอยู่ระหว่างการตีความทางกฎหมาย ว่า กยศ.จะสามารถเป็นสมาชิกของเครดิตบูโรได้หรือไม่ คำว่า “สถาบันการเงิน” จะรวมไปถึง กยศ.ด้วยหรือไม่
หากฝ่ายกฎหมายตีความแล้วว่า กยศ.สามารถเข้าสู่ขบวนการเครดิตบูโรได้ ข้อมูลที่จะนำส่งมายังเครดิตบูโรจำเป็นต้องครบถ้วน 100% เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะสามารถเป็นสมาชิกได้นั้น จำเป็นต้องมีการส่งข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน และต้องประชาสัมพันธ์ให้กับลูกหนี้ กยศ.ให้รับรู้อย่างทั่วถึง
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ในฐานะที่กำกับดูแล กยศ. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ซึ่งเป็นวันครบกำหนดชำระหนี้พบว่ามียอดครบชำระในปีนี้ 5 หมื่นล้านบาท แต่มีลูกหนี้เข้ามาชำระหนี้เพียง 2.5 หมื่นล้านบาท ถูกเบี้ยวชำระหนี้ถึง 50% และจากการสำรวจเบื้องต้น พบว่านักศึกษาที่กู้ยืมเงินมีความสามารถในการผ่อนชำระ แต่ไม่ยอมมาใช้หนี้ถึง 70% อีก 30% ไม่มีงานทำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลของ กยศ.พบว่านับตั้งแต่ปี 2539 ที่เริ่มโครงการจนถึงปีงบประมาณ 2556 กยศ.ได้จัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้นกว่า 3.78 แสนล้านบาท ขณะที่ กรอ.ได้รับจัดสรรกว่า 2.25 หมื่นล้านบาท รวม 2 กองทุนได้รับจัดสรรงบประมาณไปแล้วราว 4 แสนล้านบาท จำนวนผู้กู้รวมกว่า 4 ล้านราย
สำหรับในปีงบประมาณ 2557 ทั้ง 2 กองทุนของบประมาณไปกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท กยศ. 3.5 หมื่นล้านบาท และ กรอ.ประมาณ 8,000 ล้านบาท แต่ในส่วนของ กยศ.ถูกตัดไป 5,752 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมทั้ง 2 กองทุนเหลือประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ กยศ.ปรับลดเป้าหมายการให้กู้ยืมลงจาก 865,200 ราย เหลือ 670,620 ราย
ขณะที่การชำระหนี้งวดปี 2556 ซึ่งมีผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ทั้งสิ้น 2.6 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้ที่ครบกำหนดประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้ไม่มาชำระหนี้กว่า 5.24 แสนราย คิดเป็น 20% ชำระต่ำกว่าเกณฑ์สูงถึง 1.13 ล้านราย คิดเป็น 44% ขณะที่ชำระตามเกณฑ์มี 4.52 แสนราย คิดเป็น 17% ส่วนผู้ที่ชำระสูงกว่าเกณฑ์มีราว 4.7 แสนราย คิดเป็น 18% และลูกหนี้ที่เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 2.5 หมื่นราย คิดเป็น 1%
ในการติดตามหนี้ช่วงที่ผ่านมา กยศ.จะมีหนังสือแจ้งภาระหนี้เมื่อครบกำหนดชำระครั้งแรก จากนั้นหากมีการค้างชำระจะดำเนินการ ดังนี้ 1.กรณีค้างชำระไม่เกิน 1 ปี จะมีหนังสือแจ้งผู้ค้างชำระ 4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3 เดือน 2.ค้างชำระตั้งแต่ 24 ปี จะแจ้งผู้ค้างชำระปีละครั้ง พร้อมแจ้งผู้ค้ำประกัน 3.ค้างชำระ 4 ปี ขึ้นไป แจ้งให้ชำระหนี้ และเชิญเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ย 4.บอกเลิกสัญญา และ 5.ดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เคยวิเคราะห์ว่า กยศ.ถือเป็นกองทุนนอกงบประมาณกองทุนหนึ่งที่มีแนวโน้มก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการคลัง เป็นกองทุนที่การดำเนินการขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล หากการดำเนินงานกองทุนมีผลขาดทุน รัฐบาลก็ต้องชดเชยเงินอุดหนุนให้แก่กองทุน ดังนั้น ความเสี่ยงของกองทุนจึงขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลเป็นสำคัญจบ







