posttoday
ส่องโอกาสการค้าเจาะตลาดเวียดนาม-อินโดนิเซีย

ส่องโอกาสการค้าเจาะตลาดเวียดนาม-อินโดนิเซีย

18 กรกฎาคม 2556

เมื่อพูดถึงการค้าภายในกลุ่มประเทศอาเซียน หลายคนอาจมองว่า ประเทศสมาชิกผลิตสินค้าที่เหมือนกันจนต้องแข่งขันกันเอง

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

เมื่อพูดถึงการค้าภายในกลุ่มประเทศอาเซียน หลายคนอาจมองว่า ประเทศสมาชิกผลิตสินค้าที่เหมือนกันจนต้องแข่งขันกันเอง แต่หากมองลึกลงไปแล้ว สินค้าที่ผลิตในแต่ละประเทศสามารถเติมเต็มความต้องการของกันและกันได้

อนุสนธิ์ ชินวรรโณ เอกอัครราชทูตไทย ณกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ชี้ว่า ปัจจุบันสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมในเวียดนาม ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร อาหาร ผลไม้ เครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่การลงทุนของไทยในประเทศเวียดนาม ยังเป็นการลงทุนจากบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละจังหวัดของเวียดนามจะระบุอย่างชัดเจนว่าต้องการการลงทุนในอุตสาหกรรมประเภทใด ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเบา เนื่องจากที่ผ่านมามีแต่การลงทุนในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก เหมืองแร่ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน การลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เป็นอีกหนึ่งประเภทธุรกิจที่เวียดนามต้องการจากต่างประเทศ เนื่องจากสินค้าเกษตรในเวียดนามยังจำหน่ายในรูปแบบวัตถุดิบ ไม่มีการเพิ่มมูลค่า เช่น กาแฟ เวียดนามเป็นผู้ส่งออกกาแฟโรบัสต้า อันดับ 1 ของโลก แต่ส่งออกในรูปแบบของเมล็ดกาแฟที่ยังไม่ผ่านการคั่ว รวมถึงพริกไทยที่เวียดนามเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ แต่ก็ส่งออกในรูปเม็ดพริกไทย เพราะไม่มีโรงงานผลิตพริกไทยขาวที่มีมูลค่าสูงกว่าเม็ดพริกไทยหลายเท่า รวมถึงการแปรรูปอาหารทะเล

ด้านอุตสาหกรรมข้าวก็เช่นเดียวกัน เวียดนามยังต้องการลงทุนในกิจการไซโล โรงสีข้าวอย่างมากจากต่างประเทศ เพราะเวียดนามยังไม่มีการจัดเก็บข้าวที่ดี ส่งผลให้ต้องรีบระบายข้าวให้หมด และยอมขายข้าวในราคาถูก เพราะไม่มีสถานที่จัดเก็บที่ดี

“การที่บอกว่าข้าวเวียดนามเป็นคู่แข่งข้าวไทยนั้น ต้องดูรายละเอียดให้ชัดเจน ข้าวเวียดนามและข้าวไทยยังขายกันคนละตลาด เกรดคุณภาพข้าวยังแตกต่างกัน จึงไม่ได้แย่งตลาดกัน ปัจจุบันเวียดนามก็นำเข้าข้าวหอมมะลิจากไทยเข้าไปบริโภคตามร้านอาหาร โรงแรม ไทยจึงมีโอกาสที่จะนำข้าวไทยไปเปิดตลาดในเวียดนามได้”

ทั้งนี้ เวียดนามนำเข้าข้าวหอมมะลิจากไทยเข้าไปบริโภคปีละ 3,0004,000 ตันต่อปี ซึ่งยังเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดเล็ก โดยเป็นการซื้อขายระหว่างเอกชนกับเอกชน ไม่มีการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ ขณะที่การปลูกข้าวเวียดนามมีพันธุ์ข้าวมากกว่าไทย ส่วนใหญ่เป็นการปลูกเพื่อบริโภค โดยพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อส่งออกอยู่ในภาคใต้บริเวณปากแม่น้ำโขง ไม่ได้ปลูกในพื้นที่ทั่วไป

สำหรับภาพรวมการค้าระหว่างไทยและเวียดนามนั้น พบว่า ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือน ม.ค.มิ.ย. 2556 มีมูลค่า 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 10% เนื่องจากเศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวดี

ด้าน ภาสกร ศิริยะพันธุ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย พูดถึงโอกาสการค้าในอินโดนีเซีย ว่า อินโดนีเซียเป็นตลาดที่ไทยให้ความสำคัญ และที่ผ่านมาการค้าระหว่างสองประเทศก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายใน 5 ปีจากนี้ มูลค่าการค้าจะเพิ่มเป็น 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมสูงคือ อาหาร และผลไม้ และตอนนี้ไทยกำลังเจรจาให้อินโดนีเซียนำเข้าข้าวไทยเพิ่มขึ้น

ขณะที่การกีดกันทางการค้าด้านสินค้าเกษตรก็เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี โดยในเดือน ก.ค. อินโดนีเซียได้อนุญาตให้นำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยแล้ว ส่วนปัญหาการลงทุนนั้น บางครั้งอาจเกิดจากกฎหมายส่วนกลางและกฎหมายท้องถิ่นที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เชื่อว่าจะมีการปรับแก้กฎหมายให้เป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น

“อินโดนีเซียถือเป็นตลาดที่สำคัญของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เพราะตลาดใหญ่ มีความต้องการสินค้าและบริการอีกมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ของแต่งบ้าน ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถส่งสินค้าเข้าไปขายได้”

จากมุมมองข้างต้นคงเห็นชัดเจนว่า ทุกประเทศในอาเซียนยังมีโอกาสที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยหากมองเผินๆ เหมือนเป็นคู่แข่งขัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีความต้องการสินค้าระหว่างกันแฝงอยู่เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ