
ทริกเกอร์ฟันด์ฮิตครึ่งปี5หมื่นล.
แห่ออก70กองทุนเข้าเป้าแค่13กองกรุงศรีออกขายต่อ
แห่ออก70กองทุนเข้าเป้าแค่13กองกรุงศรีออกขายต่อ
บลจ.แห่ออกทริกเกอร์ ฟันด์ ครึ่งปี 70 กอง มูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท เข้าเป้า 13 กอง “กรุงศรี” ออกต่อ
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 28 มิ.ย. 2556 มีกองทุนทริกเกอร์ ฟันด์ ออกมาเสนอขายทั้งหมดจำนวน 70 กองทุน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 5.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย 57 กองทุน มูลค่า 4.9 หมื่นล้านบาท กองทุนที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ 12 กองทุน มูลค่า 5,500 ล้านบาท และที่ลงทุนในทองคำ 1 กองทุน มูลค่า 100 ล้านบาท
ทั้งนี้ กองทุนที่ออกมาเสนอขายส่วนใหญ่มีผลตอบแทนเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8% โดยกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้ตามเป้าและปิดกองทุนไปแล้วมีจำนวน 13 กองทุน เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.76 หมื่นล้านบาท โดยยังเหลืออีก 44 กองทุนที่ยังไม่ถึงเป้าหมาย รวมมูลค่า 3.13 หมื่นล้านบาท ส่วนกองทุนที่ลงทุนหุ้นต่างประเทศและทองคำรวม 13 กองทุน ยังไม่ถึงเป้าหมายเช่นกัน มูลค่ารวม 5,600 ล้านบาท ส่งผลให้เหลือกองทุนทริกเกอร์ ฟันด์ อีกจำนวน 57 กอง มูลค่ารวม 3.69 หมื่นล้านบาท ที่ยังไม่ถึงเป้าหมาย
“ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา ยังไม่มีกองทุนใดสามารถทำผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย โดยพบว่ากองทุนส่วนใหญ่ยังมีผลตอบแทนติดลบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากสำหรับผู้จัดการกองทุนที่ต้องทำผลตอบแทนให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายกิตติคุณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม กองทุนทริกเกอร์ ฟันด์ ยังทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ขนาดกองทุนลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท ในช่วงต้นปี ลดลงเหลือประมาณ 200-300 ล้านบาทในช่วงหลัง บางกองทุนมีขนาดไม่ถึง 100 ล้านบาท
ด้านนายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี กล่าวว่า บริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะกลางถึงยาว จึงเปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีอิควิตี้ 4% พลัส 4 (KFEQ4P4P4) ตั้งเป้าผลตอบแทน 8% ภายใน 8 เดือน เสนอขายครั้งเดียวระหว่างวันที่ 17-24 ก.ค. 2556
“กองทุนมีจุดเด่นที่ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนเร็วขึ้นจากการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ 2 ครั้ง ครั้งละ 4%โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนครั้งแรกเมื่อหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้น 4% หรือมีมูลค่าหน่วยลงทุนเท่ากับ 10.40 บาท ติดต่อกัน 5 วันทำการหรือ ณ วันใดวันหนึ่งระหว่าง 5 วันทำการ” นายฉัตรพี กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยจะยังผันผวนอยู่บ้าง แต่หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานแล้วตลาดหุ้นไทยก็ยังมีความน่าสนใจในการลงทุนเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้ดี การบริโภคภายในประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมก่อสร้างยังคงขยายตัวได้ดี บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีและมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง อีกทั้ง มูลค่าตลาดหุ้นไทยกลับมาอยู่ในระดับที่น่าลงทุนเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดที่ดัชนีระดับ 1,650 จุด รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำไปอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า โดยธนาคารหลายประเทศที่มีมูลค่าเศรษฐกิจรวมกันประมาณ 27% ของเศรษฐกิจโลกได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ส่งผลให้การลงทุนในตลาดหุ้นได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น การเข้าลงทุนในช่วงนี้ที่ตลาดปรับฐานถือเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนกับบริษัทที่ดีในราคาที่เหมาะสม และเป็นโอกาสให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายได้เร็วขึ้น โดยกองทุนเน้นลงทุนในหุ้นในรอบปีบัญชีเฉลี่ยไม่เกิน 65% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า แนวทางในการบริหารจัดการทริกเกอร์ ฟันด์ จะแตกต่างจากกองทุนหุ้นทั่วไปของ บลจ.กรุงศรี โดยทริกเกอร์ ฟันด์ จะเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงมากกว่าหุ้นขนาดเล็กที่มีสภาพคล่องต่ำ เพื่อให้สามารถซื้อขายได้เร็วขึ้นทั้งนี้ กองทุนเน้นลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนโดยเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีผลประกอบการดี ทั้งนี้ อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน







