
หวั่นการเมืองฉุดหุ้นดิ่ง
หลายสัปดาห์ก่อนผมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับนักธุรกิจกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขาจัดนัดพบกันทุกเดือน โดยหัวข้อที่ผมไปพูดเกี่ยวกับด้านการลงทุนในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์
หลายสัปดาห์ก่อนผมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับนักธุรกิจกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขาจัดนัดพบกันทุกเดือน โดยหัวข้อที่ผมไปพูดเกี่ยวกับด้านการลงทุนในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์
สิ่งหนึ่งที่ผมพบคือ มีไม่ถึง 30% ของนักธุรกิจ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหลากหลายประเภท ที่ลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวม หลังจากผมจบคำบรรยายแล้ว ดูจากสีหน้าและความตั้งใจฟัง รวมทั้งคำถามที่ถามผมมั่นใจว่าตลาดหลักทรัพย์คงจะมีนักลงทุน HIGH NET WORTH เพิ่มขึ้นอีกหลายสิบคน
และในวันนั้นนักธุรกิจกลุ่มนี้ได้เรียนเชิญอาจารย์มีชัย วีระไวทยะ ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสูงในโครงการรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัยสำหรับการคุมกำเนิด เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนเมื่อปี พ.ศ. 2517 ซึ่งท่านทำไว้ดีมากจากสังคมไทยในอดีตมีลูกมาก ครอบครัวหนึ่ง 56 คน คุณปู่ผมเองมีลูกมากกว่า 10 คน นับญาติกันไม่หมด กลายเป็นสังคมที่แต่ละครอบครัวมีลูกโดยเฉลี่ยเพียง 12 คนเท่านั้น
ผมยังแซวท่านมีชัยว่าโครงการที่ท่านทำไว้ ทำให้ประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วกว่าชาติอื่นใน ASEAN เพราะว่าปัจจุบันนี้คนไทยเรามีอายุขัยยาวขึ้นเฉลี่ย 74 ปี จากความเป็นผู้อยู่ที่ดีขึ้น กอปรกับโครงการรณรงค์ของท่าน ทำให้คนในกลุ่มตั้งแต่ BABY BUMER, GEN X และรุ่นหลังๆ มา เปลี่ยนค่านิยมของการมีลูกใหม่ ท่านเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเด็กไทยเสียชีวิตในอัตราที่สูง ยิ่งถ้าย้อนไปสมัยรัชกาลที่ 5 จะเห็นได้ชัด ดังนั้นแต่ละครอบครัวจึงมีลูกหลายๆ คน นอกจากนั้นมีลูกมากยังสามารถให้ช่วยทำงานได้ โดยเฉพาะสมัยนั้นไทยเรายังเป็นสังคมเกษตรกรรมยังต้องการแรงงานจำนวนมาก
จากการไปบรรยายในครั้งนั้น ท่านมีชัยได้เชิญผมและคณะนักธุรกิจไปช่วยกันบรรยายให้นักเรียนของโรงเรียนมีชัยพัฒนาของท่านที่พัทยา ซึ่งเป็นสาขาที่ 2 ต่างจากสาขาแรกที่บุรีรัมย์ โดยโรงเรียนมีชัยพัฒนาที่บุรีรัมย์จะเปิดสอนชั้นมัธยมต้น ส่วนที่พัทยาจะเปิดสอนชั้นมัธยมปลาย โดยอาศัยรายได้บางส่วนจากโรงแรมของท่านที่พัทยา ซึ่งหลักสูตรการเรียนการสอนดีมาก ทำให้นักเรียนกล้าคิดกล้าถามและยังสอนให้นักเรียนและโรงเรียนพึ่งพิงตนเอง ปลูกผักผลไม้กินเองทำ B10 DIESEL เพื่อใช้เป็นพลังงานภายในโรงเรียน เป็นต้น และยังเชิญนักธุรกิจหลากหลายแขนงไปเป็นอาจารย์พิเศษ ปัจจุบันที่พัทยามีนักเรียนประมาณเกือบ 50 คน เป็นชั้น ม.4 และ ม.5 ปีหน้าก็จะเริ่มเปิดสอนชั้น ม.6
การคัดเลือกนักเรียนที่จะเข้ามาเรียนในแต่ละชั้น จะใช้วิธีให้นักเรียนปัจจุบันเป็นคนตัดสินคัดเลือกกันเอง โดยจะดูจากความมีส่วนร่วมในสังคมมากกว่าความสามารถในการทำข้อสอบและค่าเล่าเรียนก็จ่ายโดยตัวนักเรียนและผู้ปกครองคนละครึ่ง โดยไม่ได้จ่ายเป็นตัวเงิน แต่จะจ่ายเป็นการทำความดีให้กับสังคมและการสร้างรายได้จากกิจกรรมต่างๆ ในชั้นเรียน เช่น ทำน้ำยาล้างจาน เป็นต้น
ผมมั่นใจว่าต้นกล้าเหล่านี้จะเจริญเติบโตไปในสังคมไทย ถ้าแนวทางการเรียนการสอนแบบนี้มีมากขึ้นในระบบการศึกษาของไทย เราคงจะมีคนที่มีคุณภาพมากขึ้นในสังคม ขณะที่ผมและเหล่านักธุรกิจบรรยายจะเห็นได้ถึงความสนอกสนใจของนักเรียนและคำถามที่ถามได้แสดงถึงความใฝ่รู้ หลังจากนั้นทางผมและคณะก็ได้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนโรงเรียน และมีความคิดที่จะไปให้ความรู้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนนี้อีกในอนาคต ผมอยากเชิญชวนให้นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายช่วยกันสละเวลาไปเป็นผู้บรรยายให้กับนักเรียนโรงเรียนนี้ เพื่อทำให้สังคมไทยมีอนาคตที่สดใส
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้เข้าร่วมสัมมนาของ UBS ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่เก่าแก่กว่า 150 ปี ของสวิส ซึ่งบรรยายหัวข้อ “MIDYEAR GLOBAL OUTLOOK” รวมทั้ง OUTLOOK ของประเทศไทย ทาง UBS เป็นห่วงผลกระทบทางการเมืองในเดือน ส.ค. ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท กฎหมายนิรโทษกรรม อาจจะทำให้ SET INDEX ตกลงได้มาก ซึ่งก็สอดคล้องกับความคิดของผม โดยผมย้ำเสมอว่าช่วงนี้ให้ขึ้นขาย ลงยังไม่ต้องซื้อ ของถูกน่าจะได้ให้ท่านเลือกซื้อในเดือน ส.ค.-ก.ย.
และจากการพูดคุยนอกรอบกับทางวิทยากรจาก UBS เขาบอกว่าอาจเห็น SET ต่ำกว่า 1,300 จุด และนักลงทุนต่างชาติน่าจะยังไม่กลับมาจนกว่าเดือน ต.ค. ช่วงนี้ศึกษาหาความรู้และค้นหาหุ้นดีๆ รอไว้ตอนหุ้นตกลงมาจะได้เห็นช้อนหุ้นดีๆ เก็บไว้ในพอร์ตกันนะครับ และผมกำลังจะจัดคอร์สอบรมเรื่องการลงทุนในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ในสไตล์การลงทุนของผม โดยจะสอนทั้งปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิค ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนหน้าใหม่และนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการลงทุนบ้างแล้วในวันที่ 28 ก.ค.นี้ สนใจติดต่อ 081-835-9274 หรือ 088-274-0434 นะครับ







