หลงเสน่ห์ลาว
ถ้าเปรียบประเทศลาวกับช่วงอายุของหญิงสาว ก็คงเป็นสาวแรกรุ่นที่ยังมีความใสซื่อและบริสุทธิ์อยู่มาก จึงไม่แปลกใจที่หลายๆคนเมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปสัมผัสจะเกิดอาการ “หลงเสน่ห์” แบบไม่ทันตั้งตัว
ถ้าเปรียบประเทศลาวกับช่วงอายุของหญิงสาว ก็คงเป็นสาวแรกรุ่นที่ยังมีความใสซื่อและบริสุทธิ์อยู่มาก จึงไม่แปลกใจที่หลายๆคนเมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปสัมผัสจะเกิดอาการ “หลงเสน่ห์” แบบไม่ทันตั้งตัว
เช่นเดียวกับ ธนวรรธน์ มานะทัต หรือพี่แทน หนุ่มนักการทูตวัย 32 ปี กงสุลประจำสถานกงสุลไทย ณ แขวงสะหวันนะเขตสปป.ลาว แม้ว่าจะเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งที่นี่ได้เพียงแค่ 7 วันก็ตาม
หนุ่มแทนเล่าอย่างอารมณ์ดีว่า ไม่ต้องตกใจไป เพราะก่อนที่จะออกมาประจำการที่ สปป.ลาว ทำงานอยู่กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับ สปป.ลาว อยู่แล้ว ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นการทำงานที่ลงลึกเฉพาะประเทศมากขึ้น
หน้าที่หลักๆ คือการดูแลความสัมพันธ์ระหว่างไทยและลาวในทุกมิติ รวมทั้งการช่วยสนับสนุนการทำงานของกงสุลแขวงเวียงจันทน์ด้วย
“นับว่าเป็นอีกงานที่มีความท้าทาย เพราะต้องทำงานร่วมกับคนได้เจอคนตลอดเวลาและมีความหลากหลายตั้งแต่ระดับเศรษฐีที่เข้ามาลงทุนที่ สปป.ลาว ไปจนถึงระดับชาวบ้านทั่วไปตามชายแดนที่ข้ามไปมาหาสู่กัน ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่มีความใกล้ชิดจนแยกกันไม่ออก”
ในความคล้ายคลึงกันมากนี่เอง จึงทำให้การสื่อสารระหว่างคนไทยกับคนลาวไม่มีปัญหา รวมทั้งยังทำให้คนไทยส่วนใหญ่นึกว่าเราเข้าใจเขาทั้งหมด แต่จริงๆ แล้วคนไทยเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมของคนลาวแค่ 60% เท่านั้น ขณะที่คนลาวกลับเข้าใจเราดี 100% เนื่องจากคนลาวมีการติดตามและเสพข่าวจากสื่อฝั่งไทยมาตลอด
ยกตัวอย่างความไม่เข้าใจของคนไทยที่เจอบ่อยๆ ที่สถานกงสุลจะต้องเข้าไปช่วยเคลียร์ให้มีอยู่ 2 กรณี คือ การห้ามถ่ายรูปสถานที่ทางการทหารทั้งหลายของ สปป.ลาว ซึ่งตามธรรมชาตินิสัยของคนไทยจะชอบถ่ายรูปไปเรื่อย เพราะประเทศไทยไม่ได้มีกฎหมายห้ามเรื่องนี้
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับจารีตที่งดงามของคนลาว คือ การจะมีอะไรกับผู้หญิงลาวโดยที่ไม่ได้แต่งงานกัน จะถือว่ามีความผิดในข้อหา “ลักลอบสร้างครอบครัว” มีโทษปรับ 500 เหรียญสหรัฐ และจำคุก
ดังนั้น จึงอยากให้คนไทยเปิดใจเรียนรู้ สปป.ลาว ให้กว้างและรอบด้าน เพื่อจะได้รู้เขารู้เรามากขึ้น เพราะในความเหมือนยังมีความต่างอยู่
นักการทูตหนุ่ม บอกว่า ถ้าเลือกได้หลังจากประจำการที่นี่ครบ 4 ปีแล้ว ต้องกลับเข้าส่วนกลางเพื่อลงประจำการประเทศใหม่ๆ ก็อยากขอเลือกที่จะกลับมาทำงานที่ สปป.ลาว อีกครั้ง เพราะหลงเสน่ห์ที่นี่อยู่แล้วมีความสุขทั้งในเรื่องของอาหารการกินและสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม
โดยเฉพาะเรื่องอาหารที่มีความคล้ายกับอาหารไทยภาคอีสานอยู่ไม่น้อย แต่ทว่ามีเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่น อาหารทางภาคเหนือของ สปป.ลาว ที่เรียกว่า “เอาะหลาม” หน้าตาเหมือนแกงเห็ดบ้านเรา แต่จะใส่ไม้สะคานที่เป็นสมุนไพรท้องถิ่นของหลวงพระบางเข้าไป เมื่อรับประทานแล้วจะรู้สึกเย็น ซ่าและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมา ส่วนอาหารของเวียงจันทน์ก็จะมี “เนื้อสวรรค์” แต่รับรองว่าไม่ใช่เนื้อสุนัข เพราะคนที่นั้นไม่นิยมกินกัน
เบียร์ลาวก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ขึ้นชื่อของ สปป.ลาว เพราะมีคุณภาพและรสชาติเป็นที่ยอมรับของนักดื่ม เรียกว่าใครมาสปป.ลาว ต้องกิน “เบยลาว” ไม่อย่างนั้นก็เหมือนมาไม่ถึง
มนต์เสน่ห์ของ สปป.ลาว ยังมีอีกหลายมุม ถ้าลองสักครั้งรับรองว่าจะต้องติดใจ


