
ไทยจีบสิงคโปร์ยกระดับวิจัย
เล็งร่วมมือตั้งศูนย์ดัชนีวารสารอาเซียนเร่งใช้ประโยชน์ดันผลงานสุดเจ๋งสู่ภูมิภาค
เล็งร่วมมือตั้งศูนย์ดัชนีวารสารอาเซียนเร่งใช้ประโยชน์ดันผลงานสุดเจ๋งสู่ภูมิภาค
สกอ.จีบสิงคโปร์ ตั้งศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารอาเซียน เตรียมดันงานวิจัยเจ๋งของไทยสู่ภูมิภาค
น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้เชิญรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการและผู้บริหารระดับสูงของกรมอุดมศึกษาสิงคโปร์ เข้าร่วมประชุมอย่างไม่เป็นทางการ โดยฝ่ายไทยได้หารือเรื่องให้สิงคโปร์เป็นพี่เลี้ยงในการจัดตั้งศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารอาเซียน (ASEANJournal Citation Index)
“ศูนย์ดังกล่าวจะช่วยยกระดับงานวิจัยที่น่าสนใจ หรืองานวิจัยที่สำคัญของไทยและของอาเซียนชาติอื่นๆ ไปตีพิมพ์ในวารสารระดับภูมิภาค และให้คนในอาเซียนสามารถสืบค้นไปอ้างอิงเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปได้” น.ส.อาภรณ์ กล่าว
ปัจจุบันไทยมีศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (ThaiJournal Citation Index: TCI) แล้ว ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) แต่ในระดับอาเซียนยังมีความหลากหลาย บางประเทศยังไม่มีศูนย์ในระดับชาติ จึงต้องให้สิงคโปร์ซึ่งมีความรู้และมาตรฐานในระดับสากลเข้ามาช่วยจัดตั้ง
นอกจากนี้ ได้เชิญชวนกรมอุดมศึกษาของสิงคโปร์เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในกลุ่มอาเซียนด้วย เพื่อขยายความร่วมมือระหว่างประเทศในอาเซียนบวก 6 ซึ่งขณะนี้ไทยมีความร่วมมือกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และญี่ปุ่นแล้ว
ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ที่จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของเพื่อนบ้าน สร้างความพร้อมให้นักศึกษาที่อาจต้องทำงานต่างประเทศในอนาคต
อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ยังไม่สามารถรับข้อเสนอดังกล่าวไปปฏิบัติได้ทันทีเนื่องจากโครงสร้างการบริหารหน่วยงานระดับอุดมศึกษาของสิงคโปร์ต่างจากประเทศอื่น มหาวิทยาลัยเป็นอิสระจากหน่วยงานส่วนกลางต้องออกงบประมาณและทุนการศึกษาเอง และนักศึกษาที่จะแลกเปลี่ยนไปมาได้ต้องเรียนในหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษเท่านั้น จึงต้องนำเรื่องดังกล่าวกลับไปสอบถามมหาวิทยาลัยต่างๆ ก่อน
ขณะเดียวกัน สกอ.ยังได้ปรึกษากับสิงคโปร์เรื่องการวางแผนจัดการกำลังคนของประเทศ (Man Power Planning) ว่าหน่วยงานด้านการศึกษาของสิงคโปร์มีนโยบายอย่างไร ซึ่งสิงคโปร์มีปัญหาด้านค่านิยมของผู้ปกครองเช่นเดียวกับไทยผู้ปกครองยังต้องการให้บุตรหลานของตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยมากกว่าสายอาชีวะ สิงคโปร์จึงพยายามพัฒนาโรงเรียนอาชีวศึกษาของตัวเองให้มีมาตรฐานสูงขึ้นเพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาเรียน







