
กูรูชี้ดัชนีป่วนไม่หลุด1,400
จีน-ญี่ปุ่นตัวช่วยหุ้นไทยชดเชยคิวอี
จีน-ญี่ปุ่นตัวช่วยหุ้นไทยชดเชยคิวอี
บล.ทิสโก้แจกโพยซื้อ7ตัวราคายังไม่ขึ้น
กูรูชี้หุ้นแกว่งตัว 2 เดือน ดัชนีผันผวนไม่หลุด 1,400 จุด เชื่อจีนญี่ปุ่นชดเชยลดคิวอีสหรัฐ
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยในงานสัมมนา “ตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3” ว่า ตลาดในช่วงเดือน ก.ค.ส.ค. ดัชนีหุ้นจะแกว่งตัวทิศทางขาขึ้นได้ แต่ระหว่างทางจะมีความผันผวน ดัชนีจะไม่หลุด 1,400 จุด เพราะเศรษฐกิจจีนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะเป็นตัวช่วยพยุงหุ้นจากการที่สหรัฐมีนโยบายลดคิวอีและถอนออกไปในที่สุด
“หากทางญี่ปุ่นมีการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ชัดจริง จะเห็นภาพที่ชัดเจนว่าการลงทุนตอนนั้นจะมีเม็ดเงินใหม่จากเอเชียหรือเรียกว่าเป็นเงินคิวอีของทางญี่ปุ่น เข้ามาทดแทนการถอนคิวอีจากสหรัฐไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย ขณะที่จีนเห็นชัดว่ารัฐบาลกำลังระวังการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ก็เป็นการยืนยันว่าเศรษฐกิจยังโตได้อยู่” นายวิศิษฐ์ กล่าว
ล่าสุดจีนได้ประกาศตัวเลขอัตราเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาส 2 ออกมา 7.5% เป็นไปตามที่ตลาดคาด
“ต้องยอมรับว่าการสื่อสารระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ออกมาได้สร้างความสับสนกับนักลงทุน เพราะตอนแรกบอกจะชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) พอประชุมล่าสุดบอกคิวอียังมีความจำเป็น อีกทั้งตัวเลขการจ้างงานและราคาบ้านเดี่ยวในสหรัฐดีขึ้น ทำให้เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป แต่กลุ่ม TIPs หรือ ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ปรับฐานลง” นายวิศิษฐ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรติดตามปัจจัยที่จะส่งผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. ที่นายเบน เบอร์แนนคี ต้องให้ภาพและตัวเลขเศรษฐกิจอย่างละเอียดกับสภาคองเกรส ซึ่งจะทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าจะหยุดการทำคิวอีหรือจะชะลอคิวอี ซึ่งวันนั้นจะมีผลทำให้ตลาดหุ้นไทยทั่วโลกผันผวนมาก
นอกจากนั้น ในวันที่ 21 ก.ค. จะมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สภาสูง) หากผลปรากฏว่าพรรคนายชินโสะ อาเบะ เป็นผู้ชนะ มีผลทำให้ค่าเงินเยนอ่อนลงเหลือ 110120 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก และจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นไทยในระยะยาว เพราะทำให้เกิดเยนแครี่เทรดอีกครั้ง ซึ่งปกติหุ้นไทยมีส่วนสัมพันธ์กับเยนแครี่เทรดถึง 70%
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องที่จะเป็นระเบิดเวลาในช่วงต้นเดือน ก.ย.อีกครั้ง คือ มีการเลือกตั้งนายกรัฐมตรีเยอรมนี ตรงกับช่วงที่หนี้ของไซปรัสครบกำหนดอายุชำระ แต่เชื่อว่าเยอรมนีจะยังไม่ตัดสินใจให้การช่วยเหลือ ดังนั้น ต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด เพราะจากสถิติเดือน ก.ย. ไม่ค่อยเกิดเรื่องร้ายแรง แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นมักจะแรงและส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุน
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า การที่ตลาดปรับลงมากว่า 280 จุด จากจุดสูงสุด 1,650 จุด มาอยู่ที่ 1,388 จุด มองว่าตลาดได้ผ่านจุดเลวร้ายไปหมดแล้ว และการปรับฐานได้จบแล้ว ทำให้ดัชนีหุ้นในไตรมาส 3 จะแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้นได้ แต่จะผันผวนรับข่าวที่เกิดขึ้นแต่ละช่วง ให้แนวต้านไว้ที่ 1,500 จุด และแนวรับสำคัญที่ 1,400 จุด โดยยังมั่นใจว่าภายใน 12 ปี หุ้นไทยยังเป็นขาขึ้นไปถึงไตรมาสแรก ปี 2557 ให้ดัชนีไว้ที่ 1,650 จุด
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้หุ้นยังเป็นขาขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขสหรัฐเริ่มดีขึ้น และต้องใช้เวลากว่าคิวอีจะเริ่มลดลงและหยุดลงไปปี 2557 และตลาดได้มีการรับรู้เรื่องยุโรปเศรษฐกิจชะลอตัวว่าแย่กว่าที่คาด และติดลบมา 8 ไตรมาสติดต่อกันไปแล้ว
“คาดว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะกลับมากระทิงได้ในช่วง 12 ปีนี้ ส่วนประเทศจีนมีอัตราราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) 7 เท่า ถูกที่สุดในโลก และคาดว่าไตรมาส 4 หุ้นจีนจะกลับมาทะยานขึ้นอีกครั้ง และดัชหนีหุ้นไทยยังเกาะกลุ่มกับ TIPs แต่หุ้นไทยยังมีพี/อี 13 เท่า ซึ่งถูกกว่าประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์
นายวิวัฒน์แนะนำหุ้นที่ยังมีการปรับขึ้นน้อยกว่าตลาด เช่น บล.เอเชีย พลัส (ASP) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารเกียรตินาคิน (KK) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI)







