
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแนะแก้ปัญหาซิมดับพรุ่งนี้
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นหนังสือ กสทช. แนะแก้ปัญหาซิมดับพรุ่งนี้ วอนอย่าเอาผู้บริโภคเป็นตัวประกัน
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นหนังสือ กสทช. แนะแก้ปัญหาซิมดับพรุ่งนี้ วอนอย่าเอาผู้บริโภคเป็นตัวประกัน
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ตัวแทนจากคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน จะเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเสนอความเห็นต่อแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีการสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน 1800 MHz ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ กสท กับบริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอลโฟน หรือ ดีพีซี
น.ส.สารี กล่าวว่า จากกรณีที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ใช้วิธีการแก้ปัญหาการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานโดยการออก (ร่าง) ประกาศมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญา การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. ... ซึ่งอาจจะเป็นการอนุญาตให้บริษัทตามสัญญาเดิมให้บริการต่อไปได้อีก 1 ปีนั้น เห็นว่า แนวทางดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยงที่เป็นการทำผิดกฎหมายตามมาตรา 45 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี 2553 เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าการนำคลื่นความถี่ไปใช้ จะทำได้โดยวิธีการประมูลเท่านั้น อีกทั้งการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ แต่เป็นปัญหาที่ทราบล่วงหน้า และถูกเขียนไว้ในแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมตั้งแต่ปี 2555 รวมทั้งคณะอนุกรรมการฯ อย่างน้อย 2 ชุด ซึ่ง กทค.เป็นผู้แต่งตั้งต่างได้เสนอความเห็นเพื่อให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ โดยวิธีการจัดการประมูลคลื่นและการเตรียมการโอนย้ายลูกค้า แต่กลับไม่ได้รับการพิจารณาจากบอร์ด กทค.
“ผิดหวังการทำงานของ กทค. ทั้งที่ทุกฝ่ายเร่งรัดให้รีบดำเนินการไม่น้อยกว่า 1 ปี แต่เมื่อเหลือเวลาอีก 60 วัน จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน คือ วันที่ 15 กันยายนนี้ กทค. กลับออกร่างประกาศคุ้มครองดังกล่าว โดยเอาผู้ใช้บริการคลื่น 1800 เป็นตัวประกัน จากปัญหาซิมดับ ซึ่งไม่ต้องการให้เกิดปัญหาซิมดับ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภค แต่ไม่ต้องการเห็น กทค. ใช้วิธีการที่ผิดกฎหมาย” น.ส.สารี กล่าว
น.ส.สารี กล่าวต่อว่า มาตรการคุ้มครองชั่วคราว แม้จะดูมีจุดมุ่งหมายที่ถูกต้อง แต่วิธีการซึ่งเสมือนเป็นการอนุญาตให้บริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดีพีซี ได้ใช้คลื่นความถี่ต่อไป โดยไม่ต้องประมูลนั้น นอกจากจะขัดต่อกฎหมายแล้ว ตลอดระยะเวลาอีก 1 ปีนี้บริษัททั้ง 2 ยังไม่ต้องจ่ายค่าประมูลคลื่นความถี่และในร่างประกาศยังอนุญาตให้บริษัทจ่ายเงินเข้ากองทุนน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าสนับสนุนการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมโดยระบบใบอนุญาตไม่ต้องการระบบสัมปทาน การสนับสนุนการแข่งขัน คือ การสร้างความชัดเจนกับผู้ให้บริการเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ โดยการวางแผนการกำหนดการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน เพื่อให้ธุรกิจในระบบโทรคมนาคมได้เตรียมตัวเข้าสู่การแข่งขัน นอกจากนี้ การอนุญาตให้บริษัทให้บริการต่อได้อีก 1 ปี ไม่ใช่หนทางเดียวที่จะทำให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการโทรคมนาคมมีความต่อเนื่อง แต่หนทางที่ควรจะเป็น คือ การเร่งรัดให้บริษัทดำเนินการโอนย้ายเครือข่ายให้ได้เต็มตามศักยภาพ การประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า ซึ่งทางออกเหล่านี้มีผู้พยายามเสนอมาตลอดเกือบ 2 ปี







