
อ้วยอันโอสถ ภูมิปัญญา 66 ปี สู่เอสเอ็มอีดีเด่น
“อ้วยอันโอสถ” บริษัทผลิตยาสมุนไพรไทยที่มีอายุมากกว่า 66 ปี เริ่มผลิตตั้งแต่ยาแผนโบราณ ยาสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันดีและต้องเคยใช้มาก่อน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
“อ้วยอันโอสถ” บริษัทผลิตยาสมุนไพรไทยที่มีอายุมากกว่า 66 ปี เริ่มผลิตตั้งแต่ยาแผนโบราณ ยาสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันดีและต้องเคยใช้มาก่อน จากหลากหลายแบรนด์ในเครือ ทั้งตราอ้วยอัน มังกรทอง Herbal One ไก่ดำ เหรียญแดง และเรือสำเภา
บริษัทก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อทายาทรุ่น 3 เข้ามารับช่วงบริหารธุรกิจ โดยวางกลยุทธ์บุกตลาดในประเทศและเปิดตลาดในประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างเต็มที่ โดยใช้แนวคิดการทำธุรกิจที่สืบทอดมายาวนานถึง 66 ปี มาผสมผสานกับแนวคิดรุ่นใหม่ เพื่อนำพาองค์กรก้าวไกลไปในตลาดโลก พร้อมรับมือการแข่งขันเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ชนรรค์ สมบูรณ์เวชชการ กรรมการบริหารและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท อ้วยอันโอสถ ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 เปิดเผยว่า แนวคิดธุรกิจที่สืบทอดมาจากรุ่นที่ผ่านมา คือ การผลิตยาที่มีคุณภาพสูงสุด ผลิตยาตามมาตรฐานสากล และกำหนดราคาขายที่ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงได้ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ถือเป็นหัวใจสำคัญทำให้บริษัทแข่งขันได้ และได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้า แม้ว่าจะมีคู่แข่งในตลาดที่เป็นบริษัทสมุนไพรมากกว่า 1,000 แห่งในประเทศ
สิ่งสำคัญอีกเรื่อง คือ การเลือกแหล่งปลูกวัตถุดิบ โดยมีแหล่งปลูกสมุนไพรที่รับซื้อจากเกษตรกร ใน จ.ขอนแก่น นครปฐม กาญจนบุรี และปราจีนบุรี ถือเป็นแหล่งปลูกสมุนไพรที่ดี ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันบริษัทมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนผลิตด้วยระบบ GMP ที่มีเครื่องมือตรวจสอบที่มีความทันสมัยสูงสุด ทำให้สามารถผลิตยาสมุนไพรที่ได้มาตรฐานและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะยาเป็นสิ่งมีความสำคัญและมีผลต่อผู้ใช้
จากปัจจัยและความมุ่งมั่นที่สืบทอดมายาวนานถึง 66 ปี ทำให้บริษัทได้รับมาตรฐาน GMP ติด 1 ใน 15 ของบริษัทไทย พร้อมกับรับรางวัล อย. Quality ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน เป็นเครื่องมือช่วยการันตีจุดแข็งของบริษัทสมุนไพรไทย
ล่าสุดอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ได้รับ คือ การได้รางวัล “ใบโพธิ์ บิซิเนส อวอร์ด บาย ศศินทร์ (Bai Po Business Awards by Sasin) ครั้งที่ 8 จัดขึ้นโดยธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเป็นรางวัลที่มอบให้แก่เอสเอ็มอีไทยที่ประกอบธุรกิจโดดเด่น คัดกรองจากกรรมการที่ทรงคุณวุฒิ ซึ่งอ้วยอันโอสถได้รับรางวัลในฐานะเอสเอ็มอีที่มีความโดดเด่นในมิติการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการตอบสนองและปรับตัวต่อโอกาสและปัญหา และการมีคุณภาพสูง
ความโดดเด่นในมิติคุณภาพสูงมาจากการนำกรรมวิธีการผลิตและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้มาตรฐาน Asian GMP ส่วนมิติการตอบสนองและปรับตัวต่อโอกาสและปัญหา เพราะสามารถยกระดับยาสมุนไพรแผนโบราณให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ผลิต รวมทั้งการรับประกันเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและรับเปลี่ยนคืนสินค้า
การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ช่วยจุดประกายและช่วยสร้างแรงบันดาลใจสำคัญทำให้บริษัทมุ่งรักษาคุณภาพสินค้า การผลิต และมุ่งการผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพต่อผู้บริโภคต่อเนื่อง
พร้อมกับยึดหลักการบริหารธุรกิจ โดยใช้หลักธรรมาภิบาลมาบริหารองค์กรและคน ทำให้องค์กรอยู่ได้อย่างมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้รับรางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น รวมทั้งมุ่งจัดกิจกรรมเพื่อสังคม (ซีเอสอาร์) ต่อเนื่องทุกปี ทั้งการให้ทุนการศึกษาและทำกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชน
นอกจากนี้ กำลังทำโครงการโรงเรียนที่มีแปลงสมุนไพรอยู่ด้วย เพื่อให้เด็กนักเรียนมีความรู้เรื่องสมุนไพร รู้สึกใกล้ชิด และทำให้นักเรียนมีรายได้เสริมด้วย ซึ่งเป็นโครงการที่ทำให้การอยู่ร่วมกันของบริษัทและคนในชุมชนมีความยั่งยืนและถือเป็นการส่งเสริมสังคมไทยอีกด้านหนึ่ง
ทั้งนี้ บริษัทได้วางเป้าหมายในอนาคต ต้องการให้สมุนไพรไทยติดตลาดเทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน เพราะปัจจุบันประเทศไทยนำเข้ายาจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพง ทั้งที่ประเทศไทยมีแหล่งปลูกสมุนไพรจำนวนมาก สมุนไพรไทยมีประโยชน์คุณค่าสูงมากและมีคุณภาพสูง ซึ่งตลาดสมุนไพรไทยมีมูลค่ามากกว่า 6 หมื่นล้านบาท เติบโต 1015% ทุกปี ซึ่งบริษัทก็สามารถเติบโตเป็นสองหลักมาตลอด และติดอันดับ 1 ใน 5 ของบริษัทสมุนไพรไทย
สำหรับเป้าหมายระยะยาว ได้เตรียมความพร้อมของบริษัทเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดเออีซี โดยมีแผนสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่มหาชัย พื้นที่ 7 ไร่ งบลงทุน 300 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างในปีนี้และแล้วเสร็จในปีหน้า โดยเออีซีเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีโอกาสเติบโตในอนาคต รวมทั้งจะสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภครู้จักขึ้น และทำให้ทุกคนรู้สึกว่า หากใช้สมุนไพรต้องเลือกอ้วยอันโอสถเป็นแบรนด์แรก
“การทำซีเอสอาร์ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เราเป็นบริษัทยารักษาคน จึงอยากมุ่งมั่นทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบแทนและคืนกำไรกับคืนสู่สังคม” ชนรรค์ กล่าวทิ้งท้าย







