posttoday
บทบาทใหม่ไทยสู่อาเซียนดูแลคนใน-ใส่ใจคนนอก

บทบาทใหม่ไทยสู่อาเซียนดูแลคนใน-ใส่ใจคนนอก

11 กรกฎาคม 2556

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

อาจกล่าวได้ว่าเรื่องที่ท้าทายที่สุดเรื่องหนึ่งของการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน คือมิติของการใส่ใจและให้ความสำคัญกับ “เพื่อนร่วมอาเซียน” อย่างเท่าเทียมไม่แพ้คนไทยด้วยกันเอง เรื่องดังกล่าวแสดงเค้าลางปัญหาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ขณะนี้ซึ่งยังไม่ทันเปิดประชาคมอาเซียน

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้จัดงานเสวนาหัวข้อ “สังคมในอาเซียน โอกาสและความท้าทาย” ขึ้น โดยมีวิทยากรและผู้เข้าร่วมงานเป็นคนทำงานเรื่องสังคมอาเซียน

เสรี นนทสูติ ผู้แทนคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR หรือ ไอชาร์) ประเทศไทย เปิดประเด็นว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะทำให้มีการเคลื่อนย้ายคนและการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น ไทยจะไปลงทุนเพื่อนบ้าน หรือเพื่อนบ้านมาลงทุนไทย ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นหมด และกลายเป็นต้นเหตุให้เกิดการ “ละเมิด” สิทธิมนุษยชนระหว่างกันมากขึ้นตามไปด้วย

ในมุมของคนไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน เขาวิเคราะห์ว่า ปัญหามี 2 กรณี 1.การออกไปละเมิดคนอื่นนอกดินแดนของเรา เช่น การไปลงทุนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ ครั้งหนึ่งเขาได้มีโอกาสพูดคุยกับที่ปรึกษาระดับสูงของรัฐบาลพม่า และได้รับประโยคชวน “สะดุ้ง” กลับมาใจความว่า...

“นักลงทุนไทยควรนึกไว้ว่า อะไรทำที่บ้านท่านไม่ได้ ก็ไม่ควรมาทำที่บ้านเรา”

เหตุที่ที่ปรึกษาชาวพม่าคนดังกล่าวพูดเช่นนั้น เพราะนักลงทุนไทยหลายรายเข้าไปลงทุนพม่าโดยหวังกอบโกยผลประโยชน์ แต่ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา เช่น การรุกร้างถางป่า การขับไล่คนออกจากที่ดินโดยไม่ให้ค่าตอบแทน ทำสิ่งที่คนไทยเคยถูกกระทำในประเทศกับเพื่อนบ้าน

2.กรณีละเมิดคนอื่นที่เขาเข้ามาอยู่ เข้ามาทำงานในดินแดนของเรา และปฏิบัติกับเขาอย่างไม่เท่าเทียม เช่น เมื่อไม่กี่วันมานี้มีข่าวว่าโรงงานไก่แห่งหนึ่งของไทยปิดตัวลงไปเพราะปัญหาค่าแรง 300 บาท แต่วันถัดมามีข่าวออกมาอีกว่า โรงงานไก่แห่งนั้นปิดแค่เฉพาะส่วนที่ใช้แรงงานต่างชาติ ส่วนที่ใช้แรงงานไทยนั้นยังเปิดทำงานตามปกติ

เป็นคำถามตามมาว่า หากวันหนึ่งเขารู้สึกว่าการอยู่ร่วมกันในสังคม ยังคงเป็นการอยู่ร่วมกันแบบไม่เป็นธรรม แล้วลุกฮือขึ้นมา จะทำอย่างไร

“แม้สิทธิมนุษยชนจะกินไม่ได้ แต่การละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ทำให้แรงงานพม่าหลายคนไม่มีค่าแรง” เสรี ย้ำ

เขาเล่าต่อไปว่า ที่ผ่านมาสังคมมักจะนึกถึงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ต่อเมื่อการละเมิดครั้งนั้นมากระทบต่อสังคมของตัวเองแล้ว หรือกล่าวได้ว่า ถ้าไม่กระทบ ก็ไม่ต้องแคร์ เช่น สิงคโปร์เคยใช้ชีวิตกันปกติ มารู้สึกถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อเมื่อมีหมอกควันจากเกาะสุมาตรามาปกคลุมทั่วเกาะ ทำให้โรงเรียนต้องงดการเรียนการสอน สถานที่ราชการต้องหยุดทำการไปหลายแห่ง สิงคโปร์จึงตระหนักได้ว่า นี่คือการละเมิด เช่นเดียวกับกรณีชาวโรฮิงยาถูกขับไล่ออกจากพม่า เดิมไทยก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เริ่มรู้สึกเมื่อประเทศต้องดูแลคนกลุ่มนี้อีกกว่า 2,000 คน

“เราจะเป็นประชาคมอาเซียนไม่ได้ ถ้าเราคอยให้เกิดผลกระทบกับประเทศของเราก่อน จึงจะรู้สึกว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว เวลาเห็นปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นในประเทศอื่น ก็ต้องรู้สึกว่าต้องให้ความช่วยเหลือ รู้สึกเดือดร้อนเหมือนกัน เพราะทุกประเทศกำลังเชื่อมโยงกัน”

ปัญหากำลังจะประดังประเดเข้ามาเรื่อยๆ จากการรวมตัวกัน จึงกลายเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องใส่ใจกัน ภาครัฐหรือภาคเอกชนจะดำเนินการลงทุนอะไรก็ต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

ไทยเองมีกฎหมายสิทธิมนุษยชนดีกว่าประเทศอื่นในอาเซียนพอสมควร แต่สุดท้ายไม่ว่ากฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล เพราะเป็นทั้งผู้ออกกฎหมาย ผู้ตีความกฎหมาย และผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย

“แม้ความเชื่อ การปกครอง และศาสนาในบรรดาสมาชิกอาเซียนจะยังมีความหลากหลาย แต่ความเป็นคนหรือเรื่องสิทธิมนุษยชนในอาเซียนจะหลากหลายไม่ได้ เพราะชาวอาเซียนทุกคนล้วนคือคนเหมือนกัน” เสรี ย้ำ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69