
ส่อง e-tail แดนมังกร อนาคตค้าปลีกไทย (จบ)
จีนเป็นประเทศที่มีประชากรออนไลน์มากที่สุดในโลก เพราะในปี 2555 มียอดลงทะเบียนผู้ใช้บรอดแบนด์ถึงกว่า 160 ล้านคน มากกว่าสหรัฐเกือบเท่าตัว และที่น่าสนใจคือการเติบโตของ etail มีบทบาทในระบบเศรษฐกิจและสังคมจีนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมียอดขายออนไลน์คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 6% ของยอดค้าปลีกโดยรวมในจีน ซึ่งมากกว่าสหรัฐที่เป็น 5% อย่างไรก็ตามแม้ประเทศจีนจะมียอดผู้ใช้บรอดแบนด์จำนวนมาก แต่เมื่อนำไปเทียบเป็นสัดส่วนต่อจำนวนประชากรจีนทั้งประเทศ ก็พบว่าการเข้าถึงบรอดแบนด์ของประชากรในจีนยังต่ำกว่า 10% คือยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
จีนเป็นประเทศที่มีประชากรออนไลน์มากที่สุดในโลก เพราะในปี 2555 มียอดลงทะเบียนผู้ใช้บรอดแบนด์ถึงกว่า 160 ล้านคน มากกว่าสหรัฐเกือบเท่าตัว และที่น่าสนใจคือการเติบโตของ etail มีบทบาทในระบบเศรษฐกิจและสังคมจีนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมียอดขายออนไลน์คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 6% ของยอดค้าปลีกโดยรวมในจีน ซึ่งมากกว่าสหรัฐที่เป็น 5% อย่างไรก็ตามแม้ประเทศจีนจะมียอดผู้ใช้บรอดแบนด์จำนวนมาก แต่เมื่อนำไปเทียบเป็นสัดส่วนต่อจำนวนประชากรจีนทั้งประเทศ ก็พบว่าการเข้าถึงบรอดแบนด์ของประชากรในจีนยังต่ำกว่า 10% คือยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
หากอินเทอร์เน็ตขยายครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้นเท่าไร ประชาชนก็จะมีโอกาสได้เข้าถึงและมีโอกาสเลือกสินค้าและบริการได้หลากหลายขึ้นเท่านั้น ซึ่งพัฒนาการนี้จะเป็นตัวแปรที่สำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ในประเทศจีนนั้น e-tail ก่อให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการใช้จ่ายปกติ โดยเห็นผลในเมืองชนบทมากกว่าในเมืองหลักเสียอีก เนื่องจากอินเทอร์เน็ตทำให้ชาวบ้านจำนวนมากในเมืองที่ห่างไกลความเจริญสามารถเข้าถึงและสั่งซื้อสินค้าหลายๆ อย่างได้เป็นครั้งแรกนั่นเอง
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ในช่วงการเติบโตของเศรษฐกิจออนไลน์ ตลาด e-tail ที่ขยายตัวนั้นไม่ได้ทดแทนช่องทางการจำหน่ายของตลาดค้าปลีกแบบดั้งเดิม แต่การช็อปปิ้งออนไลน์เป็นการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากการช็อปปิ้งแบบออฟไลน์
อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ รูปแบบของการขายสินค้า
ธุรกิจ e-tail ของจีนกว่า 90% มาจากตลาดนัดออนไลน์ (Online Marketplace) เช่น Taobao Tmall หรือ Paipai ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เปิดให้ผู้ขายทั้งรายย่อย SME และแบรนด์ต่างๆ มาลงขายสินค้า แตกต่างกับประเทศตะวันตกซึ่งยอดขายส่วนมากมาจากเว็บไซต์ของธุรกิจหรือแบรนด์โดยตรง ซึ่งแสดงว่าธุรกิจ SME มีบทบาทสูงมากในการขยายตัวของเศรษฐกิจออนไลน์จีน โดย 70% ของตลาด e-tail ในจีนเป็นการขายจากรายย่อยซึ่งแตกต่างจากประเทศพัฒนาแล้ว ที่ยอดขายส่วนใหญ่มาจากบริษัทใหญ่
etail ในจีนได้เริ่มส่งผลกระทบเป็นระลอกคลื่นด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจในประเทศ เริ่มจากการที่ e-tail เป็นแพลตฟอร์มในการเริ่มต้นธุรกิจ หรือการขยายกิจการของเหล่าบรรดาเจ้าของกิจการขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่สะดวกรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจ SME เหล่านี้ได้ประโยชน์มาก เนื่องจากสามารถสร้างสรรค์สินค้าและปล่อยออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วทั่วถึง โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดของร้านค้าแบบดั้งเดิม เช่น เรื่องค่าเช่าพื้นที่หน้าร้าน ทำเลที่ตั้ง และการสต๊อกสินค้า เป็นต้น กระตุ้นให้เกิดธุรกิจ SME ที่มีคุณภาพจำนวนมาก
สรุป
แม้ etail จะเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในเศรษฐกิจยุคอินเทอร์เน็ต แต่ก็เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ และเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตกำลังเดินทางมาถึงยุคที่กำลังจะเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในประเทศตลาดเกิดใหม่หลายๆ แห่ง และจะกลายเป็นส่วนสำคัญของ GDP ของประเทศในอนาคตอันใกล้
ในประเทศไทยเราได้เห็นหลายองค์กรและธุรกิจได้เปิดช่องทางการขายออนไลน์กันมาแล้ว เช่น CPALL มีเว็บ 7Catalog Online ซึ่งจัดสินค้าต่างๆ ในเครือ 7-11 จัดส่งฟรีทั่วประเทศ ออฟฟิสเมท ก็เปิดเว็บไซต์ TrendyDay.com เพื่อขายสินค้าหลากหลายประเภท ส่วนเซ็นทรัลก็เปิดเว็บ Central.co.th ให้เป็นออนไลน์ช็อปปิ้งมอลล์ ในขณะที่ BJC ก็มีเว็บ The Prestige Online Plaza ไว้ขายอุปกรณ์ไอทีและของจิปาถะ เป็นต้น
ธุรกิจออนไลน์ในไทยเหล่านี้ แม้จะสร้างยอดขายให้กับบริษัทแม่ได้น้อยนิดในปัจจุบัน จนเรายังไม่เห็นการลงทุนพัฒนาช่องทางนี้อย่างจริงจังจากผู้ประกอบการ แต่นโยบายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของรัฐบาลจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมธุรกิจออนไลน์ เนื่องจากจะเพิ่มจำนวนผู้บริโภคออนไลน์ในประเทศไทยขึ้นอีกหลายเท่าตัวในไม่กี่ปีข้างหน้านี้ จึงเป็นโอกาสทองสำหรับทุกธุรกิจ
ดังนั้น บริษัทที่สามารถปักฐานจับจองพื้นที่ในตลาด e-tail ได้เร็ว สามารถคาดการณ์พฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในไทยได้ถูกต้อง และปรับตัวให้เอื้ออำนวยต่อเศรษฐกิจออนไลน์ไทยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมจะได้เปรียบบริษัทคู่แข่งอื่นๆ ในตลาดได้อย่างมากและแน่นอน







