
สรรพากรยื้อคดีคืนภาษีฉาว
โฆษกฯระบุใช้เวลา6090วันสรุปผลขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าทุจริตหรือไม่
โฆษกฯระบุใช้เวลา6090วันสรุปผลขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าทุจริตหรือไม่
สรรพากรลากยาวคดีคืนภาษีปลอมร่วม 4,200 ล้านบาท ระบุใน 23 เดือน ได้ข้อสรุป 30 บริษัท
นางจิตรมณี สุวรรณพูล ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรณีการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ 30 บริษัทเอกชน ที่แจ้งว่าทำธุรกิจส่งออกนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเป็นการทุจริตในการขอคืนภาษีหรือไม่
อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่ได้นิ่งนอนใจจะเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจากทุกหน่วยงาน เช่น การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ หลักฐานทางภาษีจากกรมศุลกากร เป็นต้น โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ประมาณ 2-3 เดือนนับจากนี้ไป จากนั้นจึงจะสรุปได้ว่ามีการทุจริตในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และจะดำเนินคดีร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่ อย่างไรต่อไป
ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะใช้อำนาจตามมาตรา 37 ตามประมวลรัษฎากร เพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีทั้งทางแพ่งและทางอาญา รวมถึงผู้มีเจตนาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จ
นอกจากนี้ จะใช้อำนาจตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากรในการออกหมายเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการชำระภาษีหรือขอคืนภาษีมาตรวจสอบ หากพิจารณาแล้วพบว่าอาจชำระภาษีไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือขอคืนภาษีเป็นเท็จเพื่อให้ได้เอกสารครบถ้วน โดยขณะนี้กรมสรรพากรได้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่ปี 2554-2555 โดยคณะทำงานกำลังตรวจสอบรายละเอียด
นางจิตรมณี กล่าวว่า นอกจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะฟ้องร้องต่อผู้ที่กระทำผิดแล้ว กรมสรรพากรยังสามารถฟ้องร้องเพื่อเอาผิดกับผู้ทุจริตได้อีกทางหนึ่ง แต่ต้องรอดูข้อมูลก่อนว่าจะดำเนินการฟ้องร้องได้อย่างไรบ้าง เพราะตามกฎหมายสามารถเอาผิดได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา
นางจิตรมณี กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้เปิดโครงการ RD Camp เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก ทัศนคติ และค่านิยมที่ดีเรื่องภาษีให้กับเยาวชน
สำหรับเครือข่ายของกลุ่มผู้ยื่นขอคืนภาษีปลอมที่กรมสรรพากรตรวจพบนั้น เป็นบริษัทในเครือข่ายของนายวีรยุทธ แซ่หลก และ น.ส.สายธาร แซ่หลก โดยได้รับคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากรในวงเงินรวมกว่า 4,200 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทเครือ ข่ายของนายวีรยุทธ และ น.ส.สายธาร มีทั้งสิ้น 58 บริษัท จดทะเบียนเลิกกิจการไปแล้ว 35 บริษัท ส่วนใหญ่มีการขอคืนภาษีในเขตพื้นที่บางรัก จ.สมุทรปราการ และนนทบุรี ล่าสุดอธิบดีกรมสรรพากรได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการสรรพากรพื้นที่ 22 เขตบางรัก เข้ามาช่วยราชการในกรมสรรพากรแล้ว







