
ยืดได้หดได้
จะตัดให้ขาดเลยชับ ชับ ชับๆๆ มันทำบ่ได๋
จะตัดให้ขาดเลยชับ ชับ ชับๆๆ มันทำบ่ได๋
วาจาของ เดอะโต้ง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ที่ลั่นเอาไว้เมื่อปลายเดือน เม.ย. ถึงต้นเดือน พ.ค. คงต้องเก็บเข้าลิ้นชักไว้สักพักใหญ่
เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติยืดเวลาขอก่อหนี้ร่วม 2,700 ราย วงเงินกว่า 1.26 แสนล้านบาท ออกไปยาวจนถึงเดือน ก.ย.โน่น
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้า รองฯ โต้ง ขู่ฟอดว่า ถ้าหน่วยงานไหนไม่ก่อหนี้ตามแผนการลงทุนตามกำหนดจะตัดงบ เอาไปใช้ในโครงการที่พร้อม
แต่ทำไปทำมา ทำยังงัยก็ไม่พร้อมสักที ทั้งๆ ที่เอกชนต่างชะเง้อหาเม็ดเงินลงทุนภาครัฐกันคอแทบเคล็ด
ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า รอบนี้กระทรวงการคลังนั่นแหละที่เสนอต่อ ครม.
ที่ประชุมจึงมีมติรับทราบมติคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ เกี่ยวกับการกำหนดระยะเวลาการก่อหนี้ให้แก่หน่วยงานที่ขอผ่อนผันตามหลักเกณฑ์การพิจารณาผ่อนผันโครงการภายใต้งบประมาณรายจ่ายลงทุน ประจำปีงบประมาณ 2556 ที่ไม่สามารถก่อหนี้ได้ภายในวันที่ 15 พ.ค. 2556 จำนวน 2,724 รายการ วงเงิน 126,097 ล้านบาท
กำหนดให้ขยายไปโน่น จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 31 ก.ค. 31 ส.ค. และ 30 ก.ย.นี้ ตามแต่โครงการที่ได้รับความเห็นชอบ
แบ่งเป็นรายการที่ประกวดราคาแล้วแต่ยังไม่ได้ผู้รับจ้าง ทำให้ต้องดำเนินการประกวดราคาใหม่ 385 รายการ วงเงิน 5,085 ล้านบาท
โครงการผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีผลการจัดซื้อจัดจ้างแล้วต้องเสนอสำนักงบฯ ให้ความเห็นชอบ 261 รายการ วงเงิน 4,676 ล้านบาท
รายการที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงร่างเอกสารการประกวดราคา (ทีโออาร์) หรือแก้ไขแบบการก่อสร้าง 33 รายการ วงเงิน 4,530 ล้านบาท
รายการที่ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างแล้วแต่งบประมาณไม่เพียงพอ และอยู่ระหว่างการโอนเปลี่ยนแปลงงบ 107 รายการ วงเงิน 810 ล้านบาท
รายการที่ได้ผลการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว แต่ต้องรอผลจากผู้มีอำนาจอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ 451 รายการ วงเงิน 16,290 ล้านบาท
ยังมีกลุ่มที่อยู่นอกหลักเกณฑ์นี้อีก 1,489 รายการ วงเงิน 94,705 ล้านบาท
ม่ายรุทำงัยดี ยืดก็แล้ว หดก็แล้ว ยังทำไม่ได้ เฮ้อ หนักใจแทน







