
ทางหลวงชนบท มุ่งแก้จุดอันตราย ลดอุบัติเหตุถนนสายรอง
8...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์
ปัญหาอุบัติเหตุช่วงเทศกาลของไทยเกิดขึ้นมากที่สุดในแต่ละปี ในปี 2553 นี้กระทรวงคมนาคมได้จัดทำยุทธศาสตร์
“คมนาคมปลอดภัย สังคมไทยเป็นสุข” โดยได้จัดทำแผนอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน เพื่อใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานของหน่วยงานและมีการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและผู้ขับขี่ยวดยาน ตระหนักถึงความสำคัญร่วมมือกันรณรงค์ลดอุบัติเหตุในส่วนของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งมีบทบาทในการบำรุงรักษาและก่อสร้างทางสายรองนั้น ได้สะท้อนแนวคิดการปฏิบัติงานเพื่อระวังและช่วยบรรเทาการเกิดอุบัติเหตุ โดย นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันมาตรการในการทำถนนสายหลักและถนนสายรองจะยึดหลัก 5 E ตามการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.การจราจรทางบก (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ. 2549 คือ 1.Environment 2.Education 3.Engineering 4.Emergency 5.Evaluate ซึ่งทั้ง 5 ส่วนมีความสำคัญสอดคล้องกัน โดยเฉพาะในส่วนที่ 3 Engineering ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านวิศวกรรมจราจร
ทั้งนี้ ทช. จะต้องปรับปรุงปัจจัยหลักเพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร ทั้งในส่วนของโค้งหักศอก การตีเส้นจราจร ป้ายแนะนำเส้นทางเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อาทิ เส้นทางลัด ทางเบี่ยง ทางแคบๆ ซึ่งบริเวณทางโค้งหักศอกนั้น ทช.จะปรับให้กว้างขึ้น มีการปรับปรุงไหล่ทางเดิมให้เป็นทางลาดยาง และทุกๆ ปี จะมีมาตรการ ซ่อมแซมปรับปรุงถนนชุมชน หมู่บ้าน มีทางม้าลาย ไฟสัญญาณเตือน ไฟฟ้าแสงสว่าง ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง
n จุดอันตรายทั่วไทยกว่าหมื่น
ในทุกๆ ปีจะมีการปรับปรุงจุดอันตรายหรือเรียกว่าจุด
“Black Spot” ปีละกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ แต่ก็ยังไม่ครบถ้วน เนื่องจากจุดอันตรายดังกล่าวมีจำนวนมากกว่า 1 หมื่นแห่ง ดังนั้นการแก้ไขจึงต้องเลือกทำในจุดที่มีปริมาณการจราจรมากที่สุด นอกจากนี้ยังได้เพิ่มป้ายจราจรต่างๆ เช่น ป้ายจำกัดความเร็ว ป้ายเตือน ทำลูกระนาดเพื่อให้รถที่วิ่งมาลดความเร็วลง“
บางครั้งการทำป้ายจราจรแจ้งเตือนก็ไม่สามารถยับยั้งอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นบนถนนสายรองได้ โดยเฉพาะในเส้นทางตรง ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่รถไม่ว่าจะเป็นรถชนิดใด ล้วนใช้ความเร็วเต็มที่และทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายที่สุด จนต้องใช้เรื่องทางศาสนาหรือไสยศาสตร์มาช่วย เช่น ตั้งศาลพระภูมิ เป็นต้น แต่ละปีตั้งงบประมาณในการดำเนินการซ่อมและปรับปรุงกว่า 5,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่เพียงพอ” นายวิชาญ กล่าวสิ่งสำคัญรองลงมาจากงานวิศวกรรม คือ Evaluate หรือการประเมินผลสถิติในแต่ละปีว่าปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุใด และจากการวิเคราะห์จุด
“Black Spot” พบว่าปัญหาเกิดจากปัจจัยพื้นฐาน 3 ประการ ได้แก่ คน รถ และถนน ลักษณะของปัจจัยที่เกิดจากตัวบุคคล เนื่องจากสภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะขับขี่ยวดยาน เมาสุรา ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่สวมหมวกกันน็อก ส่งผลกระทบปัจจัยที่เกิดขึ้นกับตัวรถ ความเร็วเกินกว่ากำหนด และหากผ่านในเส้นทางที่เป็นทางโค้ง ทางขรุขระก็จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จากสถิตพบว่า หากผู้ขับขี่ยวดยานที่มีสภาพร่างกายพร้อมขับขี่จะไม่เกิดอุบัติบนถนนที่มีปัญหาดังกล่าว แต่หากเกิดคึกคะนองขับรถเร็วส่วนใหญ่มักก่อให้เกิดอุบัติเหตุในทางตรง ซึ่งถนนสายรองที่อยู่ในความรับผิดชอบของท้องถิ่นจะมีอุบัติเหตุกว่า 70% รองลงมาเป็นถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท 20% และ 10 % ตามลำดับ ซึ่งทช.จำเป็นต้องใช้ หลัก 5 E โดยทำให้เป็นในทิศทางเดียวกัน เพื่อความสมบูรณ์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
n ปฏิญญามอสโกหนุนทั่วโลกลดอุบัติเหตุ
สำหรับการประชุมสถานการณ์ของโลกปี 2552 ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลก นานาประเทศมีมติร่วมกันเป็น
“ปฏิญญามอสโก” ที่จะลดความเสียหายจากอุบัติเหตุบนถนน 50% ภายในปี 25542563 ปฏิญญามอสโกได้ให้แต่ละประเทศกลับไปพัฒนาปัจจัยที่จะช่วยลดอุบัติเหตุจราจรบนท้องถนน ได้แก่ 1.การบริหารจัดการต่างๆ 2.ยานพาหนะที่ปลอดภัย 3.ถนนปลอดภัย 4.การปรับลดพฤติกรรมของคนทั้งการขับเร็ว เมาแล้วขับ และการไม่สวมหมวกนิรภัยทั้งนี้ ในปี 2553 นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้ประกาศให้เป็นปีคมนาคมปลอดภัย สอดคล้องกับ
“ปฏิญญามอสโก” ดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของกระทรวงคมนาคมจึงมีมาตรการซ่อมแซมถนนในเส้นทางที่มีผู้ใช้รถใช้ถนนมากที่สุดก่อน นอกจากนี้ได้อำนวยความสะดวกเรื่องจุดพักรถ เพื่อความปลอดภัยทุกเทศกาลตลอดทั้งปี ในแต่ละพื้นที่ทางกระทรวงมหาดไทยจะประสานกับหน่วยงานคมนาคมในจัดหน่วยเร็วเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยนายวิชาญ กล่าวว่า ในส่วนของ ทช. ได้ร่วมมือกับสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) รณรงค์ให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานกับท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนเข้ามาคิดและวางแผนเพื่อลดอุบัติเหตุในท้องถิ่น ซึ่งจาก
“ปฏิญญามอสโก” ไทยมีเป้าหมายลดอุบัติเหตุในปี 2563 ให้เหลือ 10% : ประชากร 1 แสนคน : ปี จากสถิติปัจจุบันไทยมีผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนมากถึง 17.7% : ประชากร 1 แสนคน : ปี ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น สวีเดน มีผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุ เฉลี่ยปัจจุบันเพียง 56% : ประชากร 1 แสนคน : ปี ขณะนี้ไทยยังล้าหลังมาก ฉะนั้นการเร่งรัดรณรงค์เรื่องคนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนน ขณะที่งบ ประมาณของประเทศมีจำกัดอย่างไรก็ตาม ทช.ได้ดำเนินการอำนวยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยมุ่งหวังให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับความสะดวกปลอดภัยเป็นสำคัญ จากข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ พบว่า จำนวนอุบัติเหตุมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ในปี 2552 จำนวนเพิ่มขึ้น โดยรวมข้อมูลจากหน่วยงานในภูมิภาคด้วย แต่เมื่อพิจารณาอุบัติเหตุในภาพรวมของประเทศที่รายงานโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พบว่ามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอุบัติเหตุ ทช.ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกัน







