posttoday
ไอซีทีซื้อเวลาอ้างม็อบแดงป่วน

ไอซีทีซื้อเวลาอ้างม็อบแดงป่วน

20 เมษายน 2553

ยังไม่สรุปความเสียหายสัญญา มือถือดาวเทียมค่ายกลุ่มชินฯ

โพสต์ทูเดย์ — ม็อบเสื้อแดงพ่นพิษ ไอซีทีไร้แววสรุปความเสียหายแก้สัญญามือถือดาวเทียม

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแก้สัญญาสัมปทานมือถือและดาวเทียม ตามคำพิพากษา คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 4.6 หมื่นล้านบาท เปิดเผยว่า คณะกรรมการยังไม่มีความชัดเจนว่า จะประชุมเพื่อหาข้อสรุปความเสียหายได้เมื่อไร ต้องรอให้สถานการณ์การชุมนุมสงบก่อน

ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่สรุปมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้สัญญาสัมปทานของไอซีทีทั้งหมด คือ บริษัท ทีโอที กับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท กสท โทรคมนาคม กับ บริษัท ดิจิตอลโฟน หรือ ดีพีซี และ บริษัท ไทยคม กับกระทรวงไอซีที ซึ่งกำหนดเดิมจะต้องได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือน มี.ค. แต่ได้เลื่อนสรุปมาแล้ว 2 ครั้ง

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ไอซีที ทีโอที และ กสทฯ ได้รับความเสียหายจากการแก้สัญญาต่างๆ ในสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่สามารถสรุปมูลค่าได้ทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่ามูลค่าไม่ใช่สาระสำคัญเท่าไรนัก

สำหรับประเด็นหลักที่คณะกรรมการต้องพิจารณา คือ 1.เรื่องการแปลงส่วนแบ่งสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต 2.การลดส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ระบบเติมเงิน (พรีเพด) จาก 25% เหลือ 20% 3.การเปิดโรมมิ่งสัญญาณของ บริษัท ดิจิตอลโฟน หรือ ดีพีซี และ 4.กรณียิงดาวเทียมไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ เป็นไปตามสัญญาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาทั้งหมดแล้ว ทีโอที เป็หน่วยงานที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด แต่การประชุม 2 ครั้งที่ผ่านมานั้น ทางคณะกรรมการยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายจากทีโอที

รายงานข่าวจากทีโอที แจ้งว่า มูลค่าความเสียหายของทีโอทีเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการที่เอกชนหักส่วนแบ่งรายได้ไปเป็นภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม 3.4 หมื่นล้านบาท และการแก้ไขสัญญาพรีเพด อีกเกือบ 7 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายดังกล่าว เป็นการประเมินจากในส่วนของทีโอที ซึ่งเห็นไม่ตรงกันกับที่ศาลพิพากษา เนื่องจากข้อมูลในการประเมินนั้นต่างกัน โดยเฉพาะตัวเลขพรีเพด

โดยเฉพาะในส่วนของพรีเพด ที่ศาลประเมินความเสียหายจากปี 25442549 รวม 1.4 หมื่นล้านบาท และ ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงหมดอายุสัญญาอีก 5.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการประเมินบนพื้นฐานพรีเพดที่เติบโตในอัตรา 2หลัก แต่ปัจจุบันตลาพรีเพดเติบโตน้อยลงมาก ดังนั้น ความเสียหายที่ทีโอทีประเมินได้จึงไม่ตรงกัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ