posttoday
PTTEP-TOP-STECเด่น

PTTEP-TOP-STECเด่น

08 กรกฎาคม 2556

เศรษฐกิจโลกสดใสเดินหน้า2ล้านล้านนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นน้อยลง

เศรษฐกิจโลกสดใสเดินหน้า2ล้านล้านนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นน้อยลง

“เอเซีย พลัส” มองตลาดสัปดาห์นี้สดใส แนะหุ้น ปตท.สผ.ไทยออยล์ และ STEC เด่นสุด

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส วิเคราะห์การลงทุนในสัปดาห์นี้ว่า ในภาวะที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว โดยเฉพาะสหรัฐที่ภาคแรงงานยังคงดีขึ้นต่อเนื่องทำให้หุ้น Global จะกลับมานำตลาดอีกครั้ง แนะสะสมหุ้นบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) โดยมีมูลค่าเหมาะสมที่ 188.7 บาทต่อหุ้น และบริษัท ไทยออยล์ (TOP) ให้ราคา 77.83 บาทต่อหุ้น แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ภายในปีนี้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำยังมีความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยล่าสุดผลการประชุมของธนาคารกลางในกลุ่มสหภาพยุโรปให้ยืนดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% และการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น วันที่ 10-11 ก.ค. น่าจะให้ยืนดอกเบี้ยที่ 0.25% ต่อไป เช่นเดียวกับประเทศไทย คาดว่าผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในที่ 10 ก.ค. น่าจะให้ยืนดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.5% ต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจปีนี้ยังมีอัตราการเติบโตในระดับที่ 5% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ขณะที่ค่าเงินบาทได้กลับมาอยู่ในทิศทางที่อ่อนค่า ล่าสุดอยู่ที่ 31.15 บาทต่อเหรียญฯ หรืออ่อนค่าลงราว 3.8% (ตั้งแต่ 28 พ.ค.2556 ปัจจุบัน) ซึ่งถือว่าเอื้อประโยชน์ต่อภาคส่งออก และ ในสถานการณ์ที่ยังมีแรงขายในตราสารหนี้ น่าจะหนุนให้เงินบาทยังมีทิศทางอ่อนค่าในช่วงที่เหลือ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติยังคงขายหุ้นภูมิภาคต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 ราว 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่พบว่ายอดขายของต่างชาติมีแนวโน้มชะลอตัวลงในเกือบทุกประเทศ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทย แม้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิกว่า 2,700 ล้านบาท แต่ยอดขายกลับลดลงเหลือเพียง 9 ล้านบาทในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากที่นักลงทุนกลุ่มนี้ขายสุทธิออกไปแล้วถึง 82% ของยอดซื้อสุทธิสะสมสูงสุด (นับจากยอดสูงสุด 1 แสนล้านบาท เมื่อ 5 ก.พ. 2556) ซึ่งนับว่าสวนทางกับนักลงทุนสถาบันที่ยังคงขายสุทธิในสัปดาห์นี้ราว 2,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายต่อเนื่องมาจากปลายสัปดาห์ก่อนหน้า ทำให้เชื่อว่าในระยะสั้นอาจจะเห็นแรงขายจากนักลงทุนกลุ่มนี้ต่อไปอีก หลังจากที่ยอดซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 สูงถึงกว่า 7 หมื่นล้านบาท

สำหรับหุ้นรับเหมาก่อสร้าง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาปรับตัวลดลงอย่างมากจากความกังวลในเรื่อง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งที่กระบวนการอีกหลายขั้นตอน

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของประเทศ 2 ล้านล้านบาท มีความแตกต่างจากโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบการประมูลการจัดซื้อจัดจ้าง กรอบเวลาในการดำเนินงาน การเบิกจ่ายงบประมาณ และสถานะของกฎหมายที่เป็นกรอบในการดำเนินงาน และโดยหลักการแล้วการเดินหน้ากระบวนการในการออกกฎหมาย ยังจะเดินหน้าไปต่อเนื่องด้วยกระบวนการทางสภา ส่วนการตีความว่า กฎหมายจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นอีกกระบวนการที่แยกจากกัน โดยต้องมีผู้ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองพิจารณาชี้ขาด และเมื่อกฎหมายผ่านกระบวนการพิจารณาแล้ว ก็มีผลบังคับและเดินหน้าปฏิบัติการจนกว่าศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น ดังนั้นจนถึงปัจจุบันยังต้องถือว่ากระบวนการต่างๆ ยังเดินหน้าตามเดิม

“ดังนั้นน่าจะเห็นความคืบหน้าการก่อสร้างและเบิกจ่ายงบประมาณชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปี 2557 ดังนั้นหากราคาหุ้นอ่อนตัวลง จึงถือเป็นโอกาสสะสมหุ้นโดย STEC โดดเด่นที่สุด และให้มูลค่าเหมาะสมที่ 31.65 บาท” บล.เอเซีย พลัส ระบุ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ