posttoday
ส่งเสริมวิจัย

ส่งเสริมวิจัย

04 กรกฎาคม 2556

พลังงานทดแทนกองทุนอนุรักษ์พลังงานอนุมัติงบประมาณจำนวน 352 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนทั้งสิ้น 24 โครงการ

พลังงานทดแทนกองทุนอนุรักษ์พลังงานอนุมัติงบประมาณจำนวน 352 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนทั้งสิ้น 24 โครงการ

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมเปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้อนุมัติงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จำนวน 352.6 ล้านบาท เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการศึกษา วิจัย พัฒนา เทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ในการคิดค้น พัฒนา หรือริเริ่มการดำเนินงานด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนประจำปี 2556 ซึ่งในปีนี้มีโครงการที่กองทุนฯ ให้การสนับสนุน 24 โครงการ

สำหรับการสนับสนุนโครงการศึกษาวิจัยดังกล่าว พิจารณาจากข้อเสนอโครงการที่หน่วยงานและสถาบันการศึกษายื่นขอรับการสนับสนุนตามหัวข้อที่ประกาศ ได้แก่ งานวิจัยเชิงนโยบาย งานวิจัยเชิงปฏิบัติการ และงานวิจัยเทคโนโลยี ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ประกอบไปด้วย โครงการด้านการอนุรักษ์พลังงาน มีงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจำนวน 12 โครงการ เป็นเงินสนับสนุน 185.8 ล้านบาท ได้แก่ โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อบริหารจัดการการใช้พลังงานของอาคาร โครงการศึกษาแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพของประเทศไทย โครงการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ และการปรับปรุงการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะเพื่อการขนส่งอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ เป็นโครงการด้านพลังงานทดแทน มีงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจำนวน 12 โครงการ วงเงินสนับสนุน 166.8 ล้านบาท ได้แก่ โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำก๊าซไบโอมีเทนอัดเพื่อทดแทนก๊าซปิโตรเลียมเหลวในอุตสาหกรรมเซรามิก โครงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมไบโอมีเทน เพื่อทดแทนการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ โครงการการพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการหญ้าเชื้อเพลิง เพื่อผลิตพลังงานแบบครบวงจร เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 24 โครงการที่ได้รับการสนับสนุน โดยเฉพาะโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงาน จะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ช่วยผลักดันให้การดำเนินงานตามแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะมาตรการที่ยังไม่มีการดำเนินงาน เช่น มาตรการบังคับให้ติดฉลากแสดงประสิทธิภาพพลังงานสำหรับวัสดุอุปกรณ์ มาตรการส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งอย่างยั่งยืน มาตรการทางภาษี เป็นต้น เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนทิศทางตลาดในภาคขนส่ง ให้สามารถดำเนินงานได้ตามแผน” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

สำหรับแผนอนุรักษ์พลังงาน (2554-2573) ได้กำหนดสาระสำคัญของการดำเนินการไว้ ได้แก่ กำหนดเป้าหมายจะลดความเข้มการใช้พลังงานลง 25% ในปี 2573 หรือประมาณ 3 หมื่นตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ โดยภาคเศรษฐกิจที่จะต้องมีการอนุรักษ์พลังงานมากที่สุด คือ ภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้เกิดผลการประหยัดพลังงานสะสมเฉลี่ย 1.45 หมื่นตันต่อปีเทียบเท่าน้ำมันดิบ คิดเป็นมูลค่า 2.72 แสนล้านบาทต่อปี และหลีกเลี่ยงการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สะสมเฉลี่ย 49 ล้านตันต่อปี

นอกจากนี้ ภาคการสนับสนุนและส่งเสริมที่สำคัญ คือ การให้เงินอุดหนุนเพื่อชดเชยผลประหยัดพลังงานที่ตรวจพิสูจน์หรือประเมินได้ โดยเน้นมาตรการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางตลาด และพฤติกรรมของผู้ใช้พลังงาน โดยการบังคับให้ติดฉลากแสดงประสิทธิภาพพลังงานของอุปกรณ์เครื่องใช้ อาคาร และยานยนต์ เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือก รวมถึงการบังคับให้ธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่ เช่น ธุรกิจไฟฟ้า น้ำมัน และก๊าซ ต้องดำเนินมาตรการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้กับผู้ใช้พลังงานตามมาตรฐานขั้นต่ำแทนการดำเนินการแบบสมัครใจ และมีมาตรการช่วยเหลือทั้งด้านการเงินและเทคนิคสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69