posttoday
ธุรกิจเดินแผนโตอย่างยั่งยืนชูสิ่งแวดล้อมปั้นแบรนด์ดันยอด

ธุรกิจเดินแผนโตอย่างยั่งยืนชูสิ่งแวดล้อมปั้นแบรนด์ดันยอด

04 กรกฎาคม 2556

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ท่ามกลางการแข่งขันสินค้าต่างๆ ที่มีความรุนแรง ทัพสินค้าหลายแบรนด์หันมาดำเนินยุทธศาสตร์การสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือกระทั่งสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กรและความแตกต่างให้กับแบรนด์ สร้างยอดขาย รวมทั้งช่วยในเรื่องของการลดต้นทุน

บาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทยและอินโดจีน เปิดเผยว่า ยูนิลีเวอร์ได้วางยุทธศาสตร์แผนการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนทั่วโลกระหว่างปี 2553-2563 โดยมีเป้าหมาย 3 ด้าน คือ 1.การขยายธุรกิจทั่วโลกให้เติบโตขึ้นเป็นสองเท่า 2.การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2563 และ3.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายของบริษัท ยูนิลีเวอร์ เพราะปัจจุบันมีผู้บริโภคถึง 68% ที่ปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ดังนั้น กลยุทธ์การทำตลาดบริษัทจะมุ่งพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างพฤติกรรมการใช้ของผู้บริโภค

“สิ่งที่ยูนิลีเวอร์พยายามทำ คือ นอกจากจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจแล้ว เรายังสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ทำให้ผู้บริโภคและคนทั่วไปที่ใช้สินค้าของเรา หรือเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบ บริการขนส่ง และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้เปลี่ยนพฤติกรรม หรือมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”ราวเออร์ส กล่าว

การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยูนิลีเวอร์ได้นำเครื่องจักรใหม่ๆ เข้ามาใช้และสามารถลดก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตได้ปีละ 4% เปลี่ยนตู้แช่ไอศกรีมใหม่เป็นตู้ที่ไม่ได้ใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก คาดจะดำเนินการเสร็จสิ้นในปี 2558 รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและลดความถี่ในการขนส่ง ซึ่งช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 994,840 กิโลกรัมในปีที่ผ่านมา

ราวเออร์ส กล่าวว่า นอกจากนี้ยังลดปริมาณการใช้น้ำ โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ซักผ้าแบบเข้มข้น และผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรน้ำเดียว ที่ช่วยลดการใช้น้ำในการซักล้างได้ถึง 3,120 ลิตร รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ลดเยื่อกระดาษใหม่ลงเทียบเท่ากับการรักษาต้นไม้ได้ถึงปีละ 1.2 แสนตัน

แม้ว่าแผนการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนทั่วโลกของบริษัทจะเป็นโมเดลใหม่ แต่มองว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่สร้างการเติบโตในปี 2563 ให้มีรายได้ทั่วโลก 3.2 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้ 1.6 ล้านล้านบาท และตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้แผนดังกล่าวช่วยลดต้นทุนให้กับยูนิลีเวอร์ทั่วโลกถึง 1,600 ล้านบาท

กรัณย์ แสงไฟ ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มสินค้าเพื่อธุรกิจ บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์คล๊าคโปรเฟสชันแนล ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทได้มุ่งขยายธุรกิจโดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเตรียมพัฒนาสินค้าเพื่อรองรับกับแนวโน้มอุตสาหกรรมโลกที่กำลังก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

นอกจากนี้ บริษัทยังยึดหลักการดำเนินธุรกิจเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เน้นการลดปริมาณทรัพยากร จากการออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์ฉลากเขียวป้อนอุตสาหกรรม ส่งผลให้ปีที่ผ่านมาสามารถลดปริมาณใช้ต้นไม้ 1 แสนตัน ลดใช้น้ำ 169.7 ล้านลิตร ลดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 2.4 ล้านลิตร ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1.7 แสนกิโลกรัม

ด้านชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดเผยว่า ดั๊บเบิ้ล เอ มีแนวความคิดการตลาดเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดการสร้างโลกที่ดีขึ้นด้วยการตลาด เพื่อผลักดันให้องค์กรต่างๆ หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทได้นำโมเดลกระดาษจากคันนาของดั๊บเบิ้ล เอ ส่งเสริมให้เกิดอาชีพเสริมในการปลูกต้นกระดาษบนคันนากับเกษตรกรนับล้านราย ผลิตกระดาษที่ยั่งยืนด้วยวัตถุดิบที่ไม่ต้องทำลายป่าไม้จากธรรมชาติ รวมทั้งนำแนวคิด “ของเหลือใช้ ไม่ถูกทิ้งให้ไร้ค่า” ทำให้ของเหลือจากดั๊บเบิ้ล เอ กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าชีวมวล

ที่ผ่านมา บริษัทชั้นนำในไทยหลายบริษัท ดำเนินแผนสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์และองค์กร อาทิ ไทยน้ำทิพย์ ในแง่ของผลิตภัณฑ์ได้เปิดตัวน้ำทิพย์รักษ์โลก ส่วนโค้กได้เปลี่ยนตู้แช่เย็นเครื่องดื่มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดไฟฟ้า ลดก๊าซเรือนกระจก 99% หรือ เนสท์เล่ ก็ให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำ คือ เกษตรกร ซัพพลายเออร์ และลดการปล่อยของเสีย

ยุทธศาสตร์การสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนมีด้วยกัน 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมเป็นแผนที่มาแรงที่สุด จากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ประชากรเริ่มตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคเริ่มหันมาซื้อสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และที่สำคัญเป็นการตลาดที่ช่วยสร้างแบรนด์และองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย