
2ประกันหาทางออกรับผู้ถือหุ้นBAYเปลี่ยน
โดย..วารุณี อินวันนา
โดย..วารุณี อินวันนา
การขายหุ้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา(BAY) ของกลุ่มจีอี แคปปิตอล จำนวน 25.33% ให้ ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) บริษัทย่อยของเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเซียล ธนาคารใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และทาง BTMU เดินหน้าทำคำเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ราคาหุ้นละ 39 บาท เพิ่มเติมเพื่อต้องการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด
การเปลี่ยนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ย่อมส่งผลกระทบต่อนโยบายทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นที่ บริษัทอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต (AZAY) และ บริษัทศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย (SAGI) ซึ่งอาศัยธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นช่องทางขายหลักมายาวนานอาจต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ที่ทั้ง 2 บริษัท ได้หาทางออกไว้เรียบร้อยแล้ว
วีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล (AYUD) คาดหวังว่า จากความผูกพันที่แนบแน่นของบริษัทกับธนาคารกรุงศรีอยุธยาฯ จะทำให้ทั้ง 2 บริษัท ทำงานร่วมกันในเชิงพาณิชย์ต่อไปแม้ว่าผู้ถือหุ้นใหญ่เปลี่ยนหน้า
สำหรับ ความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์นั้น ทางธนาคารได้ประโยชน์จากค่านายหน้าการขายประกันชีวิต และ ประกันภัย ถ้าขายได้มากเท่าใดก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันขายประกันชีวิตให้ 2 บริษัท คือ บริษัทอลิอันซ์ อยุธยาฯ กับ บริษัทไทยประกันชีวิต
ปัจจุบัน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทอยุธยา อลิอันซ์ แล้ว เพราะกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามไม่ให้ธนาคารพาณิชย์ถือหุ้นในบริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันภัย ซึ่งธนาคารก็พยายามขายหุ้นบริษัทศรีอยุธยาฯ ออกไปแต่ยังขายไม่ได้ จึงต้อขอเลื่อนออกไปก่อนเรื่อยๆ และพยายามต่อไป ส่วนธนาคารกรุงศรีอยุธยา ยังถือหุ้นตรงในบริษัทศรีอยุธยาฯ ประมาณ 9.90% และถือในนามกลุ่มรัตนรักษ์อีกประมาณ 25%
ทั้งนี้ บริษัทศรีอยุธยา แคปปิตอล ถือหุ้นในบริษัทอลิอันซ์ฯ สัดส่วน 20.17% และถือหุ้นในบริษัทศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย เกือบ 100%
วีระพันธุ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม อลิอันซ์ ก็ต้องยืนได้ด้วยตัวเองในระดับหนึ่งจึงต้องหาช่องทางอื่นด้วย ซึ่งมีการดำเนินมาตรการขายเชิงรุกด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านบุคลากรฝ่ายขายที่มีประสิทธิภาพ เป็นหน่วยงานที่เข้มแข็ง และสามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้
ส่วนการขายผ่านธนาคาร มีความแตกต่างกันความยากง่ายไม่เหมือนกัน ทุกบริษัทประกันภัยต้องเข้าไปหาธนาคาร เรื่องนี้ได้ใช้เวลามาพัฒนางานมาเป็นระยะเวลา 6-7 ปี คิดว่าน่าจะสำเร็จในระดับหนึ่งแต่จะมากน้อยเพียงใดต้องใช้เวลาต่อไป
ขณะที่ บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัลประกันภัย (SAGI) ได้สัญญาเป็นบริษัทประกันภัยที่จะได้ขายประกันผ่านธนาคารซีไอเอ็มบีไทยเพียงแห่งเดียว แต่ ซีไอเอ็มบี ไทย มีสาขาเพียง 200 สาขา บริษัทยังต้องการขายผ่านธนาคารที่มีสาขาจำนวนมากประมาณ 500 สาขา อย่างเช่นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งได้รับผลกำไรดีกว่าจำนวนมาก
สำหรับ บริษัทอลิอันซ์ฯ ก็ต้องหาแหล่งอื่นจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหมือนกัน ไม่ได้ยึดติดอยู่กับธนาคารกรุงศรีอยุธยาเพียงแห่งเดียว ถ้าหากอนาคตธนาคารกรุงศรีมีผู้ถือหุ้นใหญ่เข้ามาใหม่และไม่ได้เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัทแล้ว
วีระพันธุ์ ยืนยันว่า คณะกรรมการของบริษัทศรีอยุธยาฯและบริษัทอลิอันซ์ฯ ได้มองหาช่องทางไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยอีกธนาคารหนึ่งที่เตรียมไว้ คือ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ซึ่งมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการขายประกันประมาณ 10 ปี แม้จะมีสาขาน้อยประมาณ 200 สาขา แต่ก็สามารถรองรับงานได้ และบริษัทจะพัฒนาในช่องทางอื่นๆ ควบคู่กันไป
ทั้งนี้ ปี 2555 บริษัทอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต มีเบี้ยประกันรับรวม 2.26 หมื่นล้านบาท โดยมียอดขายผ่านช่องทางธนาคารกรุงศรีอยุธยา 4,964 ล้านบาท และไตรมาส 1 ปี 2556 มีเบี้ยรวม 5,674 ล้านบาท เป็นยอดขายผ่านธนาคาร 1,334 ล้านบาท ขณะที่บริษัทศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย มีเบี้ยรับรวมปี 2555 จำนวน 2,717 ล้านบาท ส่วนไตรมาสแรกของปีนี้มีเบี้ยรับรวมแล้ว 759 ล้านบาท โดยไม่ได้แยกช่องทางจำหน่ายไว้







