
ตามติดแผนเชื่อมโยงอาเซียน เอกซเรย์ เส้นทางคมนาคม
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเชื่อมโยงอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน รวมทั้งยังเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนการเคลื่อนย้ายทรัพยากรต่างๆ ระหว่างสมาชิก 10 ประเทศ
ฟาม ธาน ทุง อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงคมนาคม ประเทศเวียดนาม กล่าวว่า อาเซียนมีแผนแม่บทด้านการคมนาคมขนส่งร่วมกันระหว่าง 10 ประเทศ ทั้งการขนส่งทางถนน รถไฟ และทางเรือ ซึ่งประเทศสมาชิกพยายามจะพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศของตนเองให้สามารถเชื่อมต่อกับประเทศอื่นและสอดคล้องกับแผนงานที่วางไว้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ โครงการการเชื่อมโยงทางด้านถนน หรือ อาเซียน ไฮเวย์ เน็ตเวิร์ก ตามแผนจะมีการดำเนินการทั้งสิ้น 23 เส้นทาง ระยะทางรวม 3.8 หมื่นกิโลเมตร แต่มีจุดที่ยังไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายประมาณ 227 กิโลเมตร ในประเทศพม่า รวมทั้งยังมีถนนที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานอยู่อีกประมาณ 5,300 กิโลเมตร ในประเทศอินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย และพม่า
ขณะเดียวกัน มีโครงการเส้นทางรถไฟสิงคโปร์คุนหมิง ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่หลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ไทย กัมพูชา เวียดนาม และจีน อีกทั้งยังมีเส้นทางย่อยแยกจากไทยเชื่อมต่อไปยังประเทศพม่า ไทยลาว และลาวเวียดนาม แต่โครงการดังกล่าวยังมีจุดที่ขาดการเชื่อมต่อหรือจุดที่ต้องการการฟื้นฟูอยู่ 4,069 กิโลเมตร ใน 6 ประเทศสมาชิก ได้แก่ กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า ไทย และเวียดนาม
ด้านโครงการการขนส่งทางน้ำภายในภูมิภาคอาเซียน (Inland Waterways Transport) หรือการขนส่งทางแม่น้ำลำคลองต่างๆ ถือว่าเป็นเส้นทางที่มีการใช้น้อยมาก แต่มีศักยภาพช่วยลดต้นทุนการขนส่งอย่างมาก การขนส่งทางน้ำภายในภูมิภาคมีน่านน้ำที่สามารถพัฒนาให้เป็นเส้นทางที่มีศักยภาพได้ 5.1 หมื่นกิโลเมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย
โครงการการขนส่งทางทะเล มีท่าเรือที่จะถูกจัดให้เป็นท่าเรือหลักสำหรับการเชื่อมต่อในอาเซียนจำนวน 47 ท่าเรือ แต่หลายประเทศในอาเซียนยกเว้นสิงคโปร์และมาเลเซียยังถูกจัดให้เป็นท่าเรือที่ยังไม่ได้พัฒนา และท่าเรือส่วนใหญ่ในอาเซียนค่อนข้างจะดำเนินการเต็มขีดความสามารถแล้ว ซึ่งการขนส่งภายในภูมิภาคอาเซียนยังคงต้องการเส้นทางที่มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะส่งเสริมการเชื่อมโยงภายในภูมิภาค
หากมองไปที่การขนส่งทางอากาศ พบว่าสนามบินของทุกประเทศค่อนข้างมีคุณภาพดี แต่บางสนามบินยังประสบปัญหารันเวย์และคลังสินค้า ซึ่งการรวมกันของการขนส่งทางอากาศต้องอาศัยระบบและเส้นทางการบินที่เชื่อมโยงกันด้วย
สำหรับอุปสรรคใหญ่ของการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงในอาเซียน คือ ระดับการพัฒนาของประเทศที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ทำให้แต่ละประเทศยังวางลำดับความสำคัญในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคภายในที่แตกต่างกันอยู่ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคของการเชื่อมโยง แต่เชื่อว่าแต่ละประเทศจะมีระบบการทบทวนความคืบหน้าของโครงการต่างๆ เพื่อใช้เป็นตัวติดตามการดำเนินงาน
จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม ชี้ว่า อุปสรรคใหญ่ของการทำระบบโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมโยงกัน คือ โครงการส่วนใหญ่ต้องการเงิน และความต่อเนื่องด้านงบประมาณ หากไม่มีงบประมาณในการดำเนินการก็จะทำให้การพัฒนาไม่ต่อเนื่อง การเชื่อมโยงไม่ประสบความสำเร็จ
“ความต่อเนื่องของโครงการภายในประเทศถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ แต่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็จะทำให้ความต่อเนื่องหายไป ซึ่งหากโครงการมีความต่อเนื่องก็จะมีงบประมาณเข้ามาดำเนินการต่อเนื่องเช่นเดียวกัน”
ทั้งนี้ การดำเนินการภายในประเทศก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลภายในว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ต้องใช้เส้นทางภายในประเทศเพื่อเชื่อมโยงกัน สำหรับประเทศไทยมีโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งภายในประเทศและเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้น ภายใต้งบประมาณก้อนใหญ่จะประกอบไปด้วยระบบราง 37 โครงการ มูลค่า 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ การสร้างถนน 14 โครงการ มูลค่า 8,100 ล้านเหรียญสหรัฐ การขนส่งทางน้ำ 5 โครงการ มูลค่า 1,090 ล้านเหรียญสหรัฐ สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณชายแดน 40 โครงการ มูลค่า 410 ล้านเหรียญสหรัฐ และอื่นๆ อีก 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งสิ้น 70 โครงการ มูลค่า 6.66 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ







