
หนุนใช้ท่องเที่ยวกระตุ้นตลาดอัญมณีไทย
เอกชนแนะรัฐบาลดันธุรกิจอัญมณีไทยผ่านอุตฯ ท่องเที่ยว กระตุ้นกลุ่มลูกค้าอาเซียนเติบโต
เอกชนแนะรัฐบาลดันธุรกิจอัญมณีไทยผ่านอุตฯ ท่องเที่ยว กระตุ้นกลุ่มลูกค้าอาเซียนเติบโต
นายสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท บิวตี้เจมส์ ผู้ประกอบธุรกิจอัญมณี เปิดเผยว่า เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีผ่านธุรกิจท่องเที่ยวของไทย โดยให้โปรโมตสโลแกนท่องเที่ยวของไทยว่า “Amazing Thailand, Land of Jewels” เป็นเวลาต่อเนื่อง 2 ปี
“เราต้องการให้ต่างชาติพูดถึงไทยในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่น่าเข้ามาซื้ออัญมณี ตระหนักว่าไทยเป็นเมืองแห่งอัญมณีก่อน เพื่อเปิดทางให้ธุรกิจเติบโต” นายสุริยน กล่าว
ขณะเดียวกัน การปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ส่งผลให้โรงงานอัญมณีในไทยย้ายฐานการผลิตไปอยู่ที่เวียดนามด้วย อย่างไรก็ดี เชื่อว่าอุตสาหกรรมอัญมณีไทยยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยังเติบโตในอัตราเลข 2 หลัก
ด้านนางพรสวาท วัฒนกูล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (จีไอที) กล่าวว่า อาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยปัจจุบันไทยมีสัดส่วนส่งออกอัญมณีไปยังตลาดอาเซียนเพียง 1.09% ของสัดส่วนการส่งออกอัญมณีทั้งหมด หากใส่ใจตลาดอาเซียนมากขึ้น คาดว่าสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนจะเพิ่มถึง 5% ได้ภายใน 2 ปี
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังประสบปัญหาแรงงานขาดแคลนตั้งแต่ระดับนักออกแบบไปถึงผู้เจียระไนเป็นหลักแสนคน ดังนั้น สถาบันจึงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับสถาบันการศึกษาหลายแห่งเพื่อผลิตบุคลากร พร้อมกันนี้สถาบันยังได้จัดอบรมหลักสูตรอบรมบุคลากร สำหรับตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คอร์สละกว่า 100 คน
สำหรับปี 2556 คาดว่ามูลค่าการค้าอัญมณีและเครื่องประดับภายในอาเซียนอยู่ที่ 6,400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีสิงคโปร์และมาเลเซียเป็นผู้นำในการซื้อขาย แต่ในส่วนฝีมือการออกแบบอัญมณี ไทยถือว่าเป็นประเทศชั้นนำของภูมิภาค
นอกจากนี้ กรณีสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับยื่นเรื่องผลักดันให้งาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 52 ในช่วงเดือน ก.ย.นี้ เป็นการจัดงานซื้อขายอัญมณีแบบปลอดภาษีนำเข้า ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเรื่องดังกล่าวแล้ว อันจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ และช่วยให้มีผู้มาเที่ยวชมงานเพิ่มขึ้น
สำหรับมหกรรมดังกล่าว จัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยจะเปิดให้สมาชิกสมาคมกว่า 1,500 บริษัท ได้สิทธิในการจัดแสดงภายในงานก่อน จากนั้นจะเปิดให้ชาวต่างชาติทั้งจากอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ เข้าร่วมจัดแสดงในงาน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นคน







