
เปิดแผนท่องเที่ยวไทยรัฐล่าฝันปั่นรายได้ 2 ล้านล้าน ปี"58
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในช่วงปี 2555-2556 สร้างปรากฏการณ์ฟ้าหลังฝนให้กับผู้ประกอบการได้เก็บตุนรายได้ทางการท่องเที่ยว ชดเชยกับช่วงที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวชะงักงันจากวิกฤตการเมืองภายในตั้งแต่ปี 2549 ทั้งนี้ การท่องเที่ยวยังเป็นภาคธุรกิจที่เติบโตได้ดีในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนในปัจจุบัน
ความพยายามในการตีโจทย์สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558 ของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศ (ททท.) จึงได้จัดทำแผนกระตุ้นส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวตลาดในประเทศและต่างประเทศ และระดมแนวคิดผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.ในประเทศ ทั้ง 35 สำนักงาน และผู้อำนวยการสำนักงานต่างประเทศ 26 สำนักงานทั่วโลก เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวปี 2557 ให้บรรลุเป้าหมายรายได้ดังกล่าว
สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. สะท้อนภาพแผนยุทธศาสตร์ปีหน้าว่า แผนงานหลักคือการสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ในปี 2558 โดยมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ทางการท่องเที่ยวให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพกำลังซื้อสูงเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติของประเทศไม่ให้เกิดความเสื่อมโทรมเร็ว
ด้านภาพรวมการเติบโตทางการท่องเที่ยวใน ททท. ตั้งเป้าจำนวนและรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2556 เติบโต 13% หรือจำนวน 24.5 ล้านคน สำหรับปี 2557 เบื้องต้น ททท. ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโต 9% และรายได้เติบโต 13% หรือมีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยเติบโต 2% เทียบกับปีนี้ 115 ล้านคน/ครั้ง รายได้เติบโต 7% เทียบกับปีนี้ที่คาดว่าจะได้ 5.9 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ได้ชูภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยผ่านวิถีชีวิตความเป็นไทย ทั้งสินค้าและการบริการที่มีเอกลักษณ์ผ่านแบรนด์ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ตอกย้ำความหลากหลายของสินค้าและการบริการของคนไทย
สุรพล กล่าวว่า ททท.ได้ให้ความสำคัญกับตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยแนวคิดแรก ผ่านแนวคิด “พุท อาเซียน ออน เดอะ แมพ ผ่านแผนส่งเสริมการเดินทางใน 2 รูปแบบ ได้แก่ 1 อาเซียน ฟอ อาเซียน กระตุ้นให้ประชากรกลุ่มอาเซียนกว่า 600 ล้านคน เดินทางท่องเที่ยวแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเพื่อสร้างการเรียนรู้ระหว่าง 10 ชาติ และแนวคิดที่สอง มุ่งกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกมีกระแสการเดินทางมาท่องเที่ยวชาติอาเซียน พร้อมใช้ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลาง (ฮับ) ในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังเส้นทางอาเซียนอื่นๆ
นอกจากนั้น ททท.เตรียมปรับสูตรสมดุลระหว่างจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ทางการท่องเที่ยวให้มีความสอดคล้องกัน ปรับสมดุลกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบน ระดับบนกลาง และระดับทั่วไป ให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม และผลักดันให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยครั้งแรกมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบัน 40% หรืออย่างละครึ่งกับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางมาเที่ยวแบบซ้ำๆในปีหน้า เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวให้ชื่นชอบประเทศไทยในระยะยาวและเกิดการเดินทางแบบซ้ำตามมา
ผ่านสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ โดยแผนปีหน้าจะเพิ่มความเข้มข้น เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับประเทศไทย ผ่านการทำมาร์เก็ต 3.0 การสร้างความรู้สึกให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมกับกิจกรรม สร้างสรรค์การท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งททท.ได้ตั้งอินเทลลิเจ้นท์ เซ็นศูนย์ ศูนย์ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว สำหรับติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยอย่างใกล้บิด เพื่อปรับแผนได้ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขี้นทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ
สมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวมอบนโยบายแผนท่องเที่ยวว่า การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวได้หลักใน 3 เรื่อง ได้แก่ การนำปัจจัยทั้งภายนอกและภายในประเทศมาพิจารณา และคำนึงถึงการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน และการเชื่อมเส้นทางการท่องเที่ยวระหว่างกลุ่มเออีซี โดยผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางท่องเที่ยวและประตูเชื่อมต่อในภูมิภาค
ฮับด้านท่องเที่ยวในภูมิภาคในการวางยุทธศาสตร์รับมืออย่างไร เช่น นักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นกรณีรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดวีซ่าฟรี และ 2
ทั้งนี้ แผนยุทธศาตร์ดังกล่าวเป็นเพียงกรอบการทำงานใภาพรวมใหญ่ ส่วนแผนและกิจกรรมที่เตรียมลงมือกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวอย่างแท้จริงนั้น ต้องจับตาดูว่าการระดมฝีมือในช่วงวันที่ 15 ก.ค.นี้ แผนนั้นจะตอบโจทย์การเดินทางของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติให้เฟื่องฟูจากแรงผลักดัน หรืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยโตและขายได้ด้วยตัวเอง ส่วนหนึ่งต้องขึ้นอยู่กับความจริงใจของภาครัฐว่าส่งเสริมอย่างแท้จริงหรือไม่







