posttoday
อสังหาฯ ร้อนแรงผู้บริโภคต้องระวัง

อสังหาฯ ร้อนแรงผู้บริโภคต้องระวัง

02 กรกฎาคม 2556

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ยังร้อนแรงอยู่ หลายคนก็เริ่มจะกลัวฟองสบู่มากขึ้น เช่น หัวหิน ภูเก็ต กรุงเทพฯ บางพื้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ลงมาดูใกล้ชิดมากขึ้น เหมือนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มีมาตรการปล่อยฟองออกจากสบู่อยู่เป็นระยะ สำหรับประเทศไทยผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการหลายคนยังปากแข็งอยู่ว่ามองไม่เห็นฟองสบู่

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ยังร้อนแรงอยู่ หลายคนก็เริ่มจะกลัวฟองสบู่มากขึ้น เช่น หัวหิน ภูเก็ต กรุงเทพฯ บางพื้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ลงมาดูใกล้ชิดมากขึ้น เหมือนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มีมาตรการปล่อยฟองออกจากสบู่อยู่เป็นระยะ สำหรับประเทศไทยผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการหลายคนยังปากแข็งอยู่ว่ามองไม่เห็นฟองสบู่

ผู้เขียนได้เสนอความคิดไว้ว่า เศรษฐกิจโตอย่างเร็ว ร้อนแรง และกระจุกตัว จะต้องมีฟองเหมือนกับน้ำ ร้อนขึ้น แรงขึ้น จะมีฟองและไม่ใช่ฟองเดียว ในธุรกิจเดียวกันจะมีหลายฟองเล็กๆ และอาจจะแตกในฟองเล็กๆ ก็เป็นไปได้ และอย่ากลัวฟองสบู่มากไป ให้ดูวิธีบริหารฟองสบู่ เช่น สหรัฐ ขณะนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็บริหารคิวอี ปั๊มดอลลาร์เข้าตลาด เติมเชื้อเพลิงและมีเงินเฟ้อหรือจีนก็ทำได้ดี

ผู้ที่เติมเชื้อเพลิงเข้าสู่ความร้อนแรง คือ สถาบันการเงินและธนาคารทั้งหลายที่จะปล่อยกู้ง่ายๆ ดอกเบี้ยถูกๆ จะนำไปสู่การเก็งกำไร ตลาดเก็งกำไรแรก คือ ตลาดหุ้น ปัจจุบันมีตลาดทองคำและต่อมาคืออสังหาริมทรัพย์ เพราะเป็นสินค้าจับต้องได้ ไม่เหมือนหุ้น ซึ่งเป็น Soft Product ไม่ค่อยจะช่วยสร้างงาน สร้างผลผลิตเป็นตัวสินค้า ค้ากระดาษและตัวเลข ตลาดจะขึ้นหรือลงขึ้นกับจิตวิทยาข้อมูล คำพูดเพียง 23 คำของผู้เกี่ยวข้องก็ผันผวนตลาดได้ เช่น ตลาดหุ้นในปัจจุบัน

ในสถานการณ์ที่ตลาดอยู่ในภาวะร้อนแรงเช่นนี้ สำหรับผู้ซื้อเป็นบ้านหลังแรก สิ่งที่จะต้องคำนึงให้ดี คือ 1.ให้รู้จักตัวเองว่าซื้อเพราะอะไร ทำไมถึงซื้อ 2.จะซื้อทำเลไหน 3.การเตรียมการเงินระยะยาว จะมีเงินออมเพื่อจองดาวน์ จะผ่อนแต่ละเดือนจะทำอย่างไร และ 4.ถ้าเกิดวิกฤต ตกงานจะทำอย่างไร เพราะคนซื้อบ้านหลังแรกมักจะเป็นผู้มีรายได้ปานกลาง เป็นมนุษย์เงินเดือนเกือบ 70-80% ส่วนผู้มีรายได้สูงก็จะซื้อลงทุนหรือเป็นหลังที่ 2 หลังที่ 3 หรือหลังที่ 4 คนจนก็จะเช่าเป็นตลาดเช่า

ถ้าอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ต้องให้ความสำคัญเรื่องที่ตั้ง อยู่ที่ไหน ทำงานที่ไหน เพราะการจราจรคือปัญหา ดังนั้นจะซื้อที่อยู่ในกรุงเทพฯ ต้องอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ต้องอยู่ในรัศมี 500 เมตรของสถานี เพราะผังเมืองรวมจะกำหนดให้เป็นศูนย์กลางชุมชน สร้างได้สูง เดิน 15 นาทีถึงสถานี หรือเป็นชุมชนเมืองต้องอยู่ใกล้ที่ทำงาน ลดเวลาเดินทางและค่าใช้จ่าย

ดังนั้น ปัจจุบัน City Condo รอบสถานีรถไฟฟ้า คือ จุดยุทธศาสตร์ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่อยู่อาศัย และการค้าพาณิชย์ เช่น 711 ซูเปอร์มาร์เก็ตและช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ยิ่งใหญ่ต้องติดสถานี

ที่สำคัญที่สุดของผู้บริโภคในสถานการณ์ขณะนี้ อย่าเผื่อซื้อลงทุน ตลาดเช่ากำลังจะล้นตลาด เหมือนคอนโดมิเนียม กำลังล้นตลาดอยู่ขณะนี้ ต้องคิดให้รอบคอบ มีเงินออมเก็บไว้ใกล้ตัวก่อน ดังนั้นการซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือซื้อประกันชีวิต ซื้อกองทุนการศึกษาให้ลูกเป็นการลงทุนระยะกลาง ระยะยาวจะดีกว่าการเก็งกำไร หุ้นระยะสั้นเห็นมาแล้ว เจ๊งเป็นส่วนใหญ่ ขอให้ผู้บริโภคโชคดี

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ