posttoday
รอลุ้นสัมปทานปิโตรฯรอบใหม่ปีหน้า

รอลุ้นสัมปทานปิโตรฯรอบใหม่ปีหน้า

19 เมษายน 2553

 

ปีนี้ศก.ภาวะราคาน้ำมันไม่เอื้อ การันตีปี’54แนวโน้มเปิดแน่

โพสต์ทูเดย์ — ลุ้นรัฐเคาะเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ปี’54 กระตุ้นลงทุนอุตฯ พลังงาน

นายคุรุจิต นาครทรรพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยถึงการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ หรือรอบที่ 21 ว่า ผู้ประกอบการต้องรอการตัดสินใจจากกระทรวงพลังงานในปี 2554 เนื่องจากในปีนี้คงไม่มีการเปิดสัมปทานแน่นอนแล้ว เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันแปลงสัมปทานที่ยังไม่ได้สำรวจ

ตลอดจนประเมินภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย หากปัจจัยเหล่านี้เอื้อต่อการลงทุนสำรวจและขุดเจาะแหล่งปิโตรเลียมก็เป็นเรื่องที่ดี และมีโอกาสที่รัฐบาลจะตัดสินใจเปิดสัมปทานรอบใหม่

ทั้งนี้ หากเปิดสัมปทานปิโตรเลียมได้จะช่วยกระตุ้นการลงทุนด้านพลังงานมูลค่านับหมื่นล้านบาท เพราะไม่ได้เปิดสัมปทานมาหลายปีนับตั้งแต่การเปิดสัมปทานรอบที่ 20 เมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนของภาคเอกชน และราคาน้ำมันก็ยังไม่จูงใจให้เกิดการลงทุนมากพอเช่นกัน

“ปีนี้คงเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ไม่ทัน เพราะต้องรวบรวมพื้นที่สัมปทานปิโตรเลียมคืนก่อนว่ามีศักยภาพจูงใจนักลงทุนแค่ไหน โดยช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เพิ่งเริ่มมีการคืนพื้นที่จากผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทานรอบที่ 18 ที่คิดว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่คุ้มการลงทุน ซึ่งพื้นที่ในทะเลยังมีโอกาสอีกค่อนข้างมากที่จะพบแหล่งปิโตรเลียมได้เพิ่มเติม” นายคุรุจิต กล่าว

ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ลงนามให้สัมปทานเพื่อสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบก 5 แปลงกับกลุ่มบริษัทผู้รับสัมปทานจำนวน 5 ราย ซึ่งเป็นการอนุมัติสัมปทานล็อตสุดท้ายของสัมปทานรอบที่ 20 คาดว่าจะทำให้เกิดการลงทุนด้านพลังงาน 47 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,500 ล้านบาท และจะทำให้ไทยได้พบกับแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

ปัจจุบันการขุดเจาะสำรวจแหล่งปิโตรเลียมที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตปิโตรเลียมในรูปของก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ และคอนเดนเสท คิดเป็นปริมาณเทียบเท่าน้ำมันดิบวันละ 7 แสนบาร์เรล หรือคิดเป็นสัดส่วน 40% ของความต้องการปิโตรเลียมในไทยทั้งหมด

ขณะที่สรุปตัวเลขช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2553 (ต.ค. 2552ม.ค. 2553) ผลิตปิโตรเลียมคิดเป็นมูลค่า 1.53 แสนล้านบาท ภาครัฐได้ผลประโยชน์จากค่าภาคหลวง อัตราภาษี และผลประโยชน์อื่นรวม 1.89 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง