
งานแฟร์ปรับกลยุทธ์ ย้ายที่จัดหนีม็อบป่วน
...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล
สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่ร้อนแรงจนเกิดการปะทะกันในขณะนี้ นอกจากจะกระทบกับภาคธุรกิจทางตรง ที่ผู้ประกอบการธุรกิจบริการหลายแห่ง โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ต้องหยุดการให้บริการในพื้นที่ที่มีการชุมนุมรุนแรงแล้ว
ในส่วนของการจัดงานแสดงสินค้า ที่เกี่ยวข้องกับภาคการส่งออก ก็ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากปัญหาการชุมนุมเช่นเดียวกับธุรกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของลูกค้าต่างประเทศที่จะเดินทางเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในไทย
ส่งผลให้ผู้จัดงานต้องเตรียมแผนความพร้อมในช่วงการจัดงานแสดงสินค้า โดยเฉพาะเดือน เม.ย. ที่จะมีงานใหญ่ คือ งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้านปี 2553 หรืองาน BIG+BIH 2010 ระหว่างวันที่ 2025 เม.ย.นี้ ได้มีการย้ายสถานที่จัดงานเป็นประจำทุกปี จากศูนย์แสดงสินค้าเมืองทองธานี มาไว้ที่ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา แทน
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ กล่าวว่า ผู้จัดงานได้เตรียมแผนรับมือการจัดงานแสดงสินค้า BIGBIH ไว้ 2 ด้าน คือ แผนแรก เป็นการอำนวยความสะดวกด้านสถานที่การจัดประชุม ปีนี้ได้ย้ายการจัดงานจากศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี มาที่ศูนย์งานแสดงสินค้าไบเทค บางนา เพราะประเมินว่าผู้ซื้อจากต่างประเทศจะมาร่วมงานเฉลี่ยคนละไม่เกิน 12 วัน
ดังนั้น จึงต้องเตรียมระบบอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อที่มาร่วมงานไม่จำเป็นต้องเข้าพักในโรงแรมหรือค้างคืน หรือหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงภายในประเทศ ก็สามารถส่งกลับไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้ทันที
“
เรื่องความปลอดภัยถือว่าสำคัญสุด ขณะนี้ยังไม่มีลูกค้ารายใดยกเลิกการเดินทางเข้าร่วมงานแต่อย่างใด โดยจำนวนผู้มาร่วมงานที่ลงทะเบียนไว้ปีนี้คาดว่าจะเข้าร่วมงานประมาณ 9.1 หมื่นราย กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ใช้เวลาดูงานประมาณ 12 วัน”แผนสอง หากมีการยกเลิกการเดินทาง หรือผู้ซื้อต่างชาติไม่เข้าร่วมงาน กลุ่มได้คัดเลือกบริษัทชั้นนำของสมาพันธ์จำนวน 154 แห่ง ไปเปิดงานแสดงสินค้าของขวัญของตกแต่งบ้านที่ฮ่องกง ซึ่งมีงานแสดงสินค้าในช่วงเดียวกันกับไทย หรือระหว่างวันที่ 2024 เม.ย.
ทั้งนี้ เพื่อให้สินค้าไทยไม่เสียโอกาส เพราะในช่วงเดือนนี้จะมีการจัดงานแฟร์เกี่ยวกับสินค้าไลฟ์สไตล์ถึง 3 ประเทศ เริ่มต้นที่ไทย ฮ่องกง และปิดท้ายที่จีน ระหว่างวันที่ 2327 เม.ย. ซึ่งภาคเอกชนก็จะเข้าไปร่วมงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าต่างชาติเจรจาซื้อสินค้าของผู้ประกอบการไทย
สำหรับสถานการณ์การส่งออกของกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ปี 2553 คาดว่าจะเติบโต 58% มูลค่า 9 หมื่นล้านบาท จากปี 2552 ที่มีการส่งออก 8.8 หมื่นล้านบาท อัตราการขยายตัวดังกล่าว เป็นเพราะเศรษฐกิจคู่ค้าของประเทศสำคัญปรับตัวฟื้นขึ้นมา โดยในช่วง 2 เดือนแรก การส่งออกกลุ่มนี้มีอัตราเติบโตถึง 20%
ส่วนปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลกระทบกับการส่งออกในกลุ่มไลฟ์สไตล์ ให้น้ำหนักไปที่อัตราแลกเปลี่ยน ที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแลให้มีเสถียรภาพ เพราะขณะนี้เอกชนประเมินราคาสินค้ายาก จากความไม่มีเสถียรภาพของค่าเงินบาท
น.ส.ดวงใจ คูห์ศรีวินิจ นายกสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย กล่าวว่า การจัดงาน BIG+BIH มีบทเรียนจากปีก่อน ที่มีการชุมนุมทางการเมืองเช่นกัน ดังนั้นการย้ายสถานที่จัดงานมาอยู่นอกเมือง และใกล้สนามบินจะสามารถสร้างความเชี่อมั่นให้กับลูกค้า เพราะลูกค้าจะใช้ระยะเวลา 12 วัน ในการเข้าร่วมงาน โดยผลกระทบการชุมนุมทางการเมืองคงมีแน่ แต่เชื่อว่าอยู่ในวิสัยทัศน์ที่ดูแลได้







