
คมนาคมเมินรถร่วมฯขอขึ้นค่าโดยสาร
รถเมล์ร่วม ขสมก.ทวงคำตอบขึ้นค่าตั๋วคมนาคมเมิน ยันไม่มี นโยบายปรับขึ้นค่าโดยสารทุกประเภท
รถเมล์ร่วม ขสมก.ทวงคำตอบขึ้นค่าตั๋วคมนาคมเมิน ยันไม่มี นโยบายปรับขึ้นค่าโดยสารทุกประเภท
นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน หรือรถร่วมบริการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการรถร่วมฯ ขสมก. ทั้งสามสมาคม คือ สมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง และสมาคมรถมินิบัส เตรียมเดินทางมาทวงสัญญากระทรวงคมนาคม เรื่องการขอปรับอัตราค่าโดยสารหลังจากได้ยื่นหนังสือขอปรับขึ้นราคาไปตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 2556
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรถร่วมได้เคยยื่นขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร ประกอบด้วย รถธรรมดา ขอปรับขึ้น 2 บาท เป็น 10 บาท รถปรับอากาศ ขอขึ้นราคาระยะละ 2 บาท โดยรถปรับอากาศสีน้ำเงินเป็น 1319 บาท จากเดิม 1119 บาท รถปรับอากาศเหลืองเป็น 1424 จากเดิม 1222 บาท เนื่องจากต้นทุนการเดินรถเพิ่มขึ้น ทั้งค่าอะไหล่และค่าแรง
“ต้นทุนประกอบการเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ต้องขอปรับเพิ่มค่าโดยสาร อีกทั้งการเปลี่ยนมาใช้ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ทำให้ค่าซ่อมบำรุงสูง รถเสียบ่อย เช่น มีรถ 30 คัน แต่วิ่งให้บริการได้เพียง 20 คัน เพราะต้องซ่อมบำรุงรถตลอดเวลา หลังจากเปลี่ยนมาใช้ก๊าซเอ็นจีวีเพียง 5 ปี ค่าซ่อมบำรุงรถเพิ่มสูงขึ้นมาก จนรถร่วมเอกชนบางรายต้องเลิกกิจการไปก็มี” นายวิทยา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรายได้ที่ได้รับไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เช่น รถร้อน ต้นทุนที่แท้จริงอยู่ที่ 1112 บาท ทำให้รถร่วมฯ ขสมก. อาจแบกรับภาระไม่ไหวอีกต่อไป แต่หากกระทรวงคมนาคมปรับราคาค่าโดยสาร จะทำให้รถร่วมสามารถปรับมาตรฐานการให้บริการได้ดีมากกว่าที่เป็นอยู่
พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม กล่าวว่า ยังไม่มีนโยบายที่จะให้ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทปรับขึ้นค่าโดยสาร เนื่องจากยังไม่มีสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ เพราะการจะพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารสาธารณะต้องมีผลกระทบที่ชัดเจน เช่น ต้นทุนราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเท่าไร และตามขั้นตอนต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางก่อน รวมทั้งไม่ต้องการเพิ่มภาระให้กับประชาชนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม นอกจากผู้ประกอบการรถร่วมฯ ขสมก.แล้ว ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการรถแท็กซี่ นำโดยนายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวง ขอให้รถแท็กซี่ปรับขึ้นค่าโดยสารมิเตอร์ จากต้นทุนค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นและได้รับผลกระทบจากการจราจรที่ติดขัดมากขึ้น ทำให้ผลตอบแทนจากค่าโดยสารไม่คุ้ม จนมีการปฏิเสธการรับผู้โดยสารและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรถแท็กซี่ได้ขอปรับขึ้นค่าโดยสาร ประกอบด้วย 1.อัตราค่าโดยสารขั้นต่ำ ขอเพิ่มจากเดิม 35 บาท เป็น 40 บาท เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ไม่ปฏิเสธผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางระยะสั้น 2.ขอปรับอัตราค่ารถขับเคลื่อนไม่ได้กรณีรถติด จากนาทีละ 1.50 บาท เป็น 2 บาท เนื่องจากปัจจุบันมีต้นทุนเฉลี่ย 120 บาท/ชั่วโมง แต่จัดเก็บ 90 บาท/ชั่วโมงเท่านั้น และ 3.ค่าโดยสารตามระยะทางขอปรับเพิ่มขึ้น 20%







