
ไทยเบฟจัดทัพครั้งใหญ่เชื่อมโยง 5 บริษัทบุกอาเซียน
หลังจากไทยเบฟเวอเรจเข้าซื้อกิจการเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ หรือเอฟแอนด์เอ็น ที่สิงคโปร์
โดย รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
หลังจากไทยเบฟเวอเรจเข้าซื้อกิจการเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ หรือเอฟแอนด์เอ็น ที่สิงคโปร์ ล่าสุดได้เริ่มขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่บริษัทในเครือ โดยประเดิมผ่าโครงสร้างผู้บริหาร ซึ่งถือเป็นขุนพลที่สำคัญที่จะวางยุทธศาสตร์การตลาด และนับว่าเป็นย่างก้าวแรกที่สำคัญของไทยเบฟ เพื่อปูพรมสู่ผู้นำเครื่องดื่มในอาเซียน
แมทธิว กิจโอธาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มโออิชิ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ทยอยปรับโครงสร้างบอร์ดผู้บริหารเอฟแอนด์เอ็นในสิงคโปร์ไปแล้ว และล่าสุดได้เตรียมปรับโครงสร้างบริษัทภายใต้ร่มเงาไทยเบฟสำหรับ 5 บริษัทเครื่องดื่ม ได้แก่ โออิชิ เสริมสุข ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง บริษัท เอฟแอนด์เอ็น สิงคโปร์ และเอฟแอนด์เอ็น มาเลเซีย โดยจะเริ่มทยอยปรับโครงสร้างการบริหารงานตั้งแต่เดือน ก.ค.นี้ และต้องใช้เวลานับปีจึงจะแล้วเสร็จ
อย่างไรก็ตาม ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ได้ตัดสินใจปรับโครงสร้างบริษัท โออิชิ กรุ๊ป ก่อน เพราะชาเขียวและธุรกิจอาหารมีความพร้อมที่จะเข้าไปบุกตลาดอาเซียนมากที่สุด โดยได้โยก แมทธิว จากที่นั่งแท่นกรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป มาเป็นกรรมการในโออิชิ กรุ๊ป กรรมการ บริษัท อินเตอร์ เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ หรืออินเตอร์เบฟ
แมทธิว กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้วางยุทธศาสตร์การบุกตลาดต่างประเทศโดยบริษัท อินเตอร์เบฟ มา 4 ปีแล้ว โดยการลาออกจากโออิชิ มีผลอย่างเป็นทางการวันที่ 1 ส.ค.นี้ และจะเข้ามาทำตลาดต่างประเทศอย่างเต็มตัว ซึ่งจากนี้ไปจะโฟกัสตลาดอาเซียน วางสัดส่วนรายได้ 50% จากเดิมรายได้หลักมาจากยุโรป อเมริกา 70% ส่วนการจะเข้าไปบริหารเอฟแอนด์เอ็นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของไทยเบฟเวอเรจ
“อินเตอร์เบฟจะขยายธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในยุโรปและอเมริกาให้แข็งแกร่งก่อน และนำทัพเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์จากเอฟแอนด์เอ็น โออิชิ และเสริมสุข รุกตลาดในสเต็ปต่อไป โดยปี 2557 ตั้งเป้ารายได้ต่างประเทศกว่า 9,000 ล้านบาท หรือโต 30% ทุกปี แต่การซื้อกิจการเอฟแอนด์เอ็นทำให้รายได้ทะลุเป้าหมายไปแล้ว” แมทธิว กล่าว
ขณะที่ มารุต บูรณะเศรษฐกุล จะมานั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ในโออิชิ กรุ๊ป และได้ลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการตลาด บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ หรือผู้บริหารการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ต้องเขย่าโครงสร้างอีกครั้ง เพื่อหาผู้เข้ามาดูแลแทน
แมทธิว กล่าวอีกว่า เป้าหมายของไทยเบฟต้องการขยายธุรกิจเครื่องดื่มไปสู่ภูมิภาคอาเซียน ก่อนจะก้าวสู่แบรนด์ระดับโลก ขณะนี้ถือว่าบริษัทมีความพร้อมทั้งด้านพอร์ตสินค้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนันแอลกอฮอล์ กลุ่มธุรกิจอาหาร และการซื้อกิจการเอฟแอนด์เอ็นทำให้มีเครือข่ายระบบการจัดจำหน่าย การผลิต และเครื่องดื่มในพอร์ตที่แข็งแกร่งในอาเซียน
สำหรับการขับเคลื่อนโออิชิสู่อาเซียนนั้น ได้เริ่มนำชาเขียวโออิชิเข้าไปทำตลาดมาเลเซียและจะขยายตลาดไปสิงคโปร์ บูรไน และเตรียมนำเครื่องดื่มอื่นๆ ทำตลาดอาเซียนต่อไป อีกทั้งปีนี้ได้ลงทุน 1,150 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรเพิ่มกำลังผลิต 15 ล้านขวดต่อเดือน ที่โรงงานนวนคร มีกำลังผลิตเพิ่มเป็น 75 ล้านขวดต่อเดือน รองรับตลาดได้อีก 23 ปีข้างหน้านี้
ขณะเดียวกันในปลายปีนี้จะนำกาแฟคอฟฟี่โอกลับมาทำตลาดอีกครั้ง ส่วนกลุ่มอาหารจะเริ่มเปิดตลาดอาเซียนในไตรมาส 4 ทั้งรูปแบบการร่วมทุนและขายแฟรนไชส์ เริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านเปิดไม่เกิน 5 สาขาแต่ละประเทศ ส่วนในประเทศ 3 ปีจากนี้ เตรียมงบลงทุน 1,500 ล้านบาท ขยาย 150 สาขา เพื่อให้ครบ 275 สาขา จากสิ้นปีนี้มีครบ 203 สาขา
มารุต ว่าที่กรรมการผู้จัดการคนใหม่ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจของบริษัทในกลุ่มเครื่องดื่มและอาหาร ยังดำเนินต่อเนื่อง รวมถึงภารกิจสำคัญการนำพาเครื่องดื่มก้าวสู่ภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังมุ่งเชื่อมโยงไทยเบฟ เสริมสุข เอฟแอนด์เอ็น เพื่อให้เกิดประโยชน์การทำตลาดสูงสุด
สำหรับแผน 5 ปี บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมโออิชิ 3.1 หมื่นล้านบาท โดยเหลือระยะเวลาอีก 3 ปี คาดว่ารายได้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเครื่องดื่มสิ้นปีนี้จะมียอดขาย 7,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1.8 หมื่นล้านบาท ในปี 2559 และกลุ่มอาหารสิ้นปีนี้ 7,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1.3 หมื่นล้านบาท ส่วนครึ่งปีแรกกลุ่มอาหารโตไม่ต่ำกว่า 20% และชาเขียวโออิชิเป็นผู้นำมีส่วนแบ่ง 42%
ด้าน ตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป ผู้ผลิตและทำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตัน กล่าวว่า การปรับโครงสร้างบริษัท โออิชิ กรุ๊ป ไม่มีผลหรือทำให้บริษัทต้องปรับแผนการตลาด โดยในช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทจะรุกตลาดต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวแคมเปญโปรโมชั่นปลายปี ออกสินค้าใหม่ ซึ่งสิ้นปีนี้ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 27% เป็น 40%
ถึงนาทีนี้ไทยเบฟไม่ได้แค่ทำธุรกิจเฉพาะในประเทศ แต่มีวิสัยทัศน์ก้าวสู่ผู้นำเครื่องดื่มอาเซียน และต่อยอดไปสู่แบรนด์ระดับโลก หมากสำคัญ คือ การวางขุนพลที่จะเป็นหัวหอกในการเปิดเกมบุก เพราะมีความพร้อมทั้งเครื่องดื่ม ระบบจัดจำหน่าย จึงอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรกับ 5 บริษัทเครื่องดื่มให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด







