posttoday
หวั่นอียูเลี่ยงเที่ยวไทยหากไร้มาตรการรปภ.ภูเก็ต

หวั่นอียูเลี่ยงเที่ยวไทยหากไร้มาตรการรปภ.ภูเก็ต

26 มิถุนายน 2556

สทท.หวั่นอียูจะออกคำเตือนนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย หลังทูตเดินสายขอคำชี้แจงมาตรการรักษาความปลอดภัยเมืองภูเก็ต

สทท.หวั่นอียูจะออกคำเตือนนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย หลังทูตเดินสายขอคำชี้แจงมาตรการรักษาความปลอดภัยเมืองภูเก็ต

นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) เปิดเผยว่า การที่ทูตสหภาพยุโรป (อียู) เดินสายขอคำชี้แจงเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่จ.ภูเก็ต ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยอย่างมาก และกังวลว่าหากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดและแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ อาจทำให้อียูตัดสินใจออกคำเตือนให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะจ.ภูเก็ต

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ได้ขอความร่วมมือผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมหารือกับทูตอียู 18 ประเทศ ที่เตรียมเข้าพบ เพื่อขอทราบถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยกระทรวงเตรียมนำสถิติการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง  รวมถึงแนวทางการดูแลในส่วนของชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อยืนยันและสร้างความมั่นใจให้กับตัวแทนประเทศ

"กระทรวงการท่องเที่ยวฯยอมรับว่าการเดินสายในครั้งนี้กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยบ้าง แต่จะไม่กระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาไทย วัดได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีแรกยังเติบโตต่อเนื่อง" นายสมศักย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะเร่งรวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะเสนอให้แก้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) บางฉบับ ให้สอดคล้องกับภารกิจการทำงาน พร้อมกับจะเสนอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พิจารณายกเรื่องความปลอดภัยเป็นวาระการท่องเที่ยวแห่งชาติ เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันแบบบูรณาการอย่างแท้จริง

ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นมานานและยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง โดยภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. ความแออัดของสนามบิน 2. การขาดแคลนมัคคุเทศก์(ไกด์) 3. คนขับรถบัสขาดแคลน และ 4. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ เอกชนต้องการให้กระทรวงแรงงานสร้างมาตฐานคนขับรถบัสป้อนตลาด ซึ่งปัจจุบันขาดแคลนประมาณ 1,000-2,000 ราย  หากภาครัฐไม่เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อความไม่พร้อมในการเปิดเออีซีตามมา

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน