
คัพเค้ก “ครัมบ์ แอนด์ โดยลีซ์” กระแสปากต่อปากพาธุรกิจรุ่ง
โดย...วรัท เจิ่งประภากร
โดย...วรัท เจิ่งประภากร
สำหรับใครหลายคน การทำงานเป็นพนักงานเงินเดือนอาจไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิตได้ดีพอ หลายครั้งคนเหล่านี้จึงเลือกหลีกหนีชีวิตที่มีความมั่นคงแต่ขาดซึ่งอิสรภาพ เพื่อแสวงหาสิ่งท้าทายใหม่ในชีวิตด้วยการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กแทน
เจมม่า วิลสัน อดีตพนักงานอบเค้กชาวอังกฤษธรรมดาๆ คนหนึ่ง ก็เป็นอีกคนที่มีความคิดนี้เช่นนั้น จึงตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อเปิดกิจการร้านขายคัพเค้กเป็นของตัวเองที่มีชื่อว่า “ครัมบ์ แอนด์ โดยลีซ์” ในปี 2006 โดยเชื่อว่าธุรกิจขนาดเล็กของตัวเองนี้จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ในตอนแรกเริ่มนั้น วิลสัน ไม่มีเงินทุนสนับสนุนจากหน่วยงานหรือองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งหมดที่เจ้าตัวมีคือเครื่องตีแป้งที่แม่ซื้อมาให้เท่านั้น และรถขนาดเล็กที่ซื้อมาด้วยเงินทุนตัวเอง เพื่อขนส่งสินค้าไปยังแผงขายสินค้าขนาดเล็กในตลาด
จากนั้นด้วยความทุ่มเทและความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัตถุดิบ ทำให้แบรนด์คัพเค้กของอดีตแม่ครัวเริ่มเป็นที่นิยม และด้วยกระแสแบบปากต่อปาก ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยที่ลูกค้าเดิมยังคงกลับมาใช้บริการอยู่สม่ำเสมอ
6 ปีต่อมา เมื่อความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการสาวเจอปัญหา เมื่อรถคันจิ๋วคันเดิมเริ่มไม่สามารถขนส่งสินค้าทั้งหมดได้ทันเวลา ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจซื้อรถแวน โฟล์คสวาเกน แคดดี้มาใช้แทน และยังติดโลโก้ที่ออกแบบใหม่มาโดยเฉพาะที่ข้างตัวรถยนต์ เพื่อให้แบรนด์โดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำอีกด้วย
“เราใช้รถแคดดี้ในการขนส่งสินค้าเป็นประจำ แม้ว่าเราจะใช้บริษัทขนส่งเป็นบางครั้ง แต่เพราะบริการเหล่านั้นมีราคาแพง เราจึงมักเลือกขนส่งสินค้าเองมากกว่า” เจมม่า กล่าว
นอกจากนั้น เจมม่า ยังมองว่า การเลือกใช้รถแวน โฟล์คสวาเกน นั้นถือเป็นตัวแทนของภาพลักษณ์แบรนด์ที่เหมาะสม เนื่องจาก แคดดี้ เป็นรถที่ดูทันสมัย น่ารัก และคล่องแคล่ว
“พวกเราเลือกใช้รถแคดดี เพราะนอกจากจะเป็นรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ที่ดีแล้ว ยังมีภาพลักษณ์ภายนอกที่ดีด้วย ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่เราทำ นั่นก็คือการทำเค้กที่ดูดีและมีรสชาติที่สุดยอดอีกด้วย ดังนั้นรถและเค้กจึงเข้ากันได้ด้วยดี ภายใต้แบรนด์ ครัมบ์ แอนด์ โดยลีซ์” เจ้าของร้านเค้กเสริม
ที่ผ่านมา เจมม่า ไม่เคยประนีประนอมในการเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในการอบขนมปัง แม้กระทั่งในยามที่ต้องลดราคา เจ้าตัวก็จะเลือกเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบที่ใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเชื่อว่า หากต้นทุนถูกลง คุณภาพก็จะแย่ลงตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้มีผลลัพธ์ที่ไม่ดี และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ต้องสูญเสียลูกค้าในที่สุด
แม้กระทั่งในช่วงที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจทั่วยุโรป ร้านครัมบ์ แอนด์ โดยลีซ์ ของ เจมม่า ก็ยังมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคุณภาพของสินค้าทำให้ลูกค้ามีความภักดีต่อแบรนด์สูง แม้ว่าจะไม่ได้ลงทุนทางการตลาดเท่าใดก็ตาม
ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่มีเงินทุนเป็นถุงเป็นถังในการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ อาจเลือกที่จะสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดผ่านการรักษาคุณภาพของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นที่กล่าวถึงปากต่อปากในแง่ดีก็เป็นได้







