
อเบอร์ดีนมองดอกเบี้ยทรง
อเบอร์ดีนคาดเงินไหลออกนิ่ง ต่างชาติกลับซบตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่-ไทย มอง 6-12 เดือนดอกเบี้ยทรงตัว
อเบอร์ดีนคาดเงินไหลออกนิ่ง ต่างชาติกลับซบตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่-ไทย มอง 6-12 เดือนดอกเบี้ยทรงตัว
นายพงค์ธาริน ทรัพยานนท์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติขายทำกำไรตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดตราสารหนี้ไทยออกมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากกังวลมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัว เงินจึงไหลกลับและส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงต้องปรับพอร์ตการลงทุนใหม่
ประเทศไทยมีประเด็นการคุมเงินไหลเข้าออกของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงความกังวลการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ในสายตานักลงทุนต่างชาติไม่ดีนัก เพราะในแง่ของตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยไม่ได้แย่ถึงกับต้องปรับลดดอกเบี้ยลงมา จึงเป็นจังหวะให้ต่างชาติขายทำกำไรปรับพอร์ตไปในตัว
“พันธบัตรสหรัฐถือเป็นดัชนีชี้วัดการลงทุนที่ปราศจากความเสี่ยง ซึ่งก่อนหน้านี้ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ต่ำกว่า 2% แต่ปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาอยู่แถว 2.30-2.40% แล้ว หากปรับขึ้นไปถึง 3% จะกระทบตลาดแรงงานและตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐได้”นายพงค์ธาริน กล่าว
อย่างไรก็ตาม มองว่าในระยะสั้นถึงกลาง นักลงทุนจึงจำเป็นต้องปรับพอร์ตการลงทุนใหม่ เพราะเมื่อเทียบพันธบัตรสหรัฐกับผลตอบแทนอื่นๆ อาจต่างกันไม่มาก นักลงทุนจึงหันมาหาพันธบัตรสหรัฐ โดยคาดว่าอัตราผลตอบแทนของพันธบัตร 10 ปี สหรัฐจะปรับขึ้นไปอยู่ในช่วง 2.20–2.40% ในสิ้นปี 2556 นี้
นายพงค์ธาริน กล่าวว่า สำหรับตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่โดยพื้นฐานยังดีและมีความน่าสนใจ รวมถึงตราสารหนี้ไทย ดังนั้นจึงเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์เริ่มนิ่ง เงินทุนจะไหลกลับเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางในภูมิภาคเอเชียก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงแล้ว หลังจากเงินไหลกลับไปสหรัฐ ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินในเอเชียอ่อนค่าลงในช่วง 4–6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารกลางในประเทศแถบเอเชียต่างจับตาผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะหากเงินยังไหลออกเร็วจะกระทบตลาดและเศรษฐกิจได้
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ซึ่ง บลจ.อเบอร์ดีน มองว่า ธปท. คงจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในช่วง 6–12 เดือนข้างหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.50% เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ระดับต่ำ ยกเว้นว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่ำกว่า 4% ก็ยังมีช่องให้ ธปท.ลดดอกเบี้ยลงได้ แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ธปท.ยังมั่นใจแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวประมาณ 4.50-5%
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า บริษัทเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M64 (KFFIX6M64) อายุประมาณ 6 เดือน เสนอขายระหว่างวันที่ 25 มิ.ย.–2 ก.ค. 2556 ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท จ่ายผลตอบแทนประมาณ 2.70% ต่อปี โดยมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
กองทุนจะพิจารณาลงทุนในเงินฝากธนาคารในจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สัดส่วน 45% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนและลงทุนตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคารในบราซิลสัดส่วน|20% ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดยธนาคารธนชาต และตั๋วแลกเงินออกโดยบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส สัดส่วน 30% และตราสารหนี้ภาครัฐไทย สัดส่วน 5%







