
เร่งผลิตคนโลจิสติกส์ป้อนตลาดเออีซี
เวลานี้วงการอุตสาหกรรมกำลังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างมาก
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
เวลานี้วงการอุตสาหกรรมกำลังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างมาก ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรด้านนี้ทุกระดับเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ขณะที่สถาบันการศึกษายังผลิตบุคลากรได้ไม่เพียงพอ และอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ธุรกิจได้ดีเท่าที่ควร
โพสต์ทูเดย์ได้รวบรวมข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมีสถาบันอุดมศึกษาเปิดสอนหลักสูตรด้านโลจิสติกส์ 15 แห่ง มีสถานศึกษาที่มีวิชาเอกด้านโลจิสติกส์ 11 แห่ง และสถาบันอาชีวศึกษาเปิดสอนหลักสูตรด้านนี้อีก 25 แห่ง
สำหรับการร่างหลักสูตร แนวคิดหลักของสถาบันการศึกษา คือ ต้องการผลิตบุคลากรที่ไม่ได้เก่งด้านการวางแผนอย่างเดียว แต่ต้องทำงานได้ โดยหลายสถาบันได้เชิญบริษัทเอกชนชั้นนำของประเทศมาให้คำแนะนำ เพื่อจะได้ผลิตบัณฑิตที่ตรงกับความต้องการของตลาด
ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่นำหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์มาผสมผสานกับโลจิสติกส์ เพราะต้องการสนองความต้องการของผู้ประกอบการที่อยากให้นักศึกษาทำงานได้จริงทันที เป็นผู้ที่มีความรู้ด้านการจัดการกระบวนการผลิต กระบวนการเคลื่อนย้ายภายใน การจัดการเครื่องมือ การทำให้สินค้าจากต้นทางถึงปลายทางผลิตได้เร็วขึ้น พร้อมมีความรู้การคำนวณ การวางแผนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดต้นทุนมากที่สุด
ด้านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สหสาขาวิชาการจัดการด้านโลจิสติกส์ และหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เน้นหลักและวิธีการดำเนินธุรกิจกับบริษัทข้ามชาติ รูปแบบการเข้าสู่ธุรกิจระหว่างประเทศ แบบจำลองและกลยุทธ์การจัดการบริษัทข้ามชาติ หน้าที่ทางธุรกิจในด้านต่างๆ
ขณะที่หลักสูตรโลจิสติกส์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชูการจัดทำโกลบอล ซัพพลายเชน เป็นจุดแข็ง โดยมองว่าสิ่งแรกที่ต้องทำในการพัฒนาหลักสูตร คือ สำรวจว่าตลาดต้องการบุคลากรที่มีความรู้ด้านใด เพื่อผลิตบุคลากรด้านโลจิสติกส์ที่สามารถคิดเองทำเองได้ และดูแลตัวเองได้ รวมถึงเป็นผู้นำที่สามารถบริหารงานและวางแผนการทำงานได้
วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า ศรีปทุมมีหลักสูตรโลจิสติกส์ เพราะเห็นว่าเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญมากกับการทำธุรกิจที่มีการข้ามแดนกันมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปัจจุบัน ศรีปทุมผลิตบุคลากรได้ปีละ 200 คน ซึ่งยังไม่เพียงพอที่จะเติมเต็มความต้องการในทุกห่วงโซ่อุตสาหกรรม
ในฝั่งของเอกชนนั้น ธนิต โสรัตน์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกลุ่มบริษัท วีเชิร์ฟ ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ บอกว่า การขาดแคลนบุคลากรกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ตอนนี้ มีการแข่งขันแย่งบุคลากร ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้นไปอีก บางบริษัทเมื่อหาคนทำงานไม่ได้ก็จำเป็นต้องจอดรถบรรทุกทิ้งไว้เฉยๆ เพราะเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยนิยมทำงานด้านนี้ ส่วนคนรุ่นเก่าก็มีอายุการทำงานเหลือน้อยลง
“ตอนนี้ใครเรียนด้านโลจิสติกส์จบมาไม่มีทางตกงานแน่นอน มีความต้องการทุกระดับ เจ้าหน้าที่เทคนิคระดับกลางตอนนี้เงินเดือนเริ่มต้น 2.53 หมื่นบาทแล้ว และเชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็ยังผลิตบุคลากรไม่เพียงพอกับความต้องการ พูดได้ว่าเป็นสาขาที่มีโอกาสก้าวหน้าสูง และยิ่งได้ภาษาก็เท่ากับการติดปีกให้กับคนคนนั้นเลยทีเดียว” ธนิต กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีความต้องการแรงงานระดับล่าง ตั้งแต่พนักงานขับรถบรรทุกไปจนถึงเด็กขนของมากที่สุด ประมาณ 5 หมื่นตำแหน่ง ระดับปฏิบัติการ เช่น เจ้าหน้าที่ประสานงาน เจ้าหน้าที่งานชิปปิ้ง เจ้าหน้าที่บริหารคลังสินค้า เจ้าหน้าที่บริหารการกระจายสินค้า และเจ้าหน้าที่จัดส่ง ยังขาดอยู่ 10-12% ของความต้องการทั้งหมด หรือประมาณ 34 หมื่นตำแหน่ง และยังขาดบุคลากรระดับบริหารที่มีคุณภาพและประสบการณ์อยู่ประมาณ 7,000-8,000 ตำแหน่ง
ท้ายสุด ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ฝากบอกว่า อยากให้สถาบันการศึกษาแยกสาขาโลจิสติกส์ให้ชัดเจน ปรับหลักสูตรการเรียนให้นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายฝึกงานในสถานประกอบการ เพื่อที่จะได้สอนงานและรับเข้าทำงานได้ทันที รวมทั้งอยากให้กระทรวงศึกษาธิการแก้กฎระเบียบให้บุคลากรด้านโลจิสติกส์ที่มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาช่วยสอนให้นักศึกษาได้ เนื่องจากที่ผ่านมาติดขัดในเรื่องของคุณวุฒิ







