
มหา’ลัยเวสเทิร์นเข้าตลาด
แบ็กดอร์‘พันธุ์ไทยเดนมาร์ก’จ่อเปลี่ยนชื่อคาดหุ้นกลับซื้อขายในตลาดเดือน ก.ย.นี้.
แบ็กดอร์‘พันธุ์ไทยเดนมาร์ก’จ่อเปลี่ยนชื่อคาดหุ้นกลับซื้อขายในตลาดเดือน ก.ย.นี้.
มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นแบกดอร์พันธุ์ไทยเดนมาร์ก พร้อมกลับเข้าเทรด ก.ย.นี้ ตั้งเป้าโตปีละ 20-30% รับนักศึกษาจีนแห่เข้าเรียน หวังโตเร็วจากการควบรวมกิจการ
นายเกรียงไกร ศิระวณิชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล ลิ้งค์ แอ๊ดไวเซอรี่ เปิดเผยในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของทางกลุ่มจิยะจันทร์ ซึ่งถือหุ้นในบริษัท กาญจนบุรีศึกษา ดำเนินธุรกิจมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ว่า เตรียมจะนำธุรกิจมหาวิทยาลัยดังกล่าวเข้าจดทะเบียนทางอ้อม (แบ็กดอร์ลิสติ้ง) โดยเข้าไปถือหุ้นในบริษัท พันธุ์ไทยเดนมาร์ก (DMARK) ซึ่งอยู่ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด (NPG) ซึ่งคาดว่าหุ้นจะกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ประมาณเดือนก.ย.นี้
ทั้งนี้ รูปแบบการเข้าตลาดหุ้นทางอ้อม ดำเนินการผ่านกระบวนการเพิ่มทุน ด้วยการแลกหุ้นกับ DMARK แล้วเสร็จ และได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 96% และกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ DMARK จะลดลงเหลือ 4% โดยขณะนี้เพียงแสดงงบการเงินเป็นบวกต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนก็สามารถกลับเข้าซื้อขายได้ และจะมีการเปลี่ยนชื่อในภายหลัง
สำหรับปัญหาสภาพคล่องหุ้น (ฟรีโฟลต) ไม่มีปัญหา เพราะหลังจากนี้จะออกใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น ซึ่งจะเพิ่มสภาพคล่องให้หุ้นอีก 11% และอีก 4% จะเพิ่มทุน ทำให้สัดส่วนการกระจายหุ้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดขั้นต่ำ 15%
“นับเป็นหุ้นสถาบันการศึกษาตัวแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะให้เข้าซื้อขายในหมวดไหน คาดว่าจะเป็นหมวดบริการเฉพาะ” นายเกรียงไกร กล่าว
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทางมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น เลือกใช้วิธีการแบ็กดอร์ลิสตี้ง เพราะใช้ระยะเวลาเตรียมการเพียง 6 เดือน สั้นกว่าเข้าตลาดหุ้นในรุปแบบของการกระจายหุ้นครั้งแรก(ไอพีโอ) ซึ่งใช้เวลาในการเตรียมตัวนานถึง 12 ปี และยังได้รับกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้อีก 200 ล้านบาท ในงบปี 2556 คือ ม.ค. – พ.ค. 2556 นอกเหนือไปจากกำไรจากการดำเนินงานปกติ ปีละประมาณ 200 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่งบปี 2556 มีเวลา เพียง 5 เดือน เพราะได้ปรับงบการเงิน ปี 2557ใหม่ เป็น 1 มิ.ย. 56 – 31 พ.ค. 2557 เพื่อให้สอดคล้องกับปีการศึกษา
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นมี 3 สาขา คือ จ.กาญจนบุรี บุรีรัมย์ และปทุมธานี มีนักศึกษารวมกัน 7,000-8,000 ราย และแต่ละปีมีรายได้ 400 ล้านบาท กำไรสุทธิ 200 ล้านบาท โดยตั้งเป้ารายได้จะโตประมาณปีละ 2030% ซึ่งจะมาจากการรับนักศึกษาเพิ่มขึ้น เพราะเวสเทิร์นเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติรับศึกษาจากต่างประเทศ เน้นอาเซียนและจีน โดยเฉพาะจีนนั้น มีแนวโน้มว่าจะมาเรียนในไทยมากขึ้น เพราะนักศึกษาในประเทศจีนแต่ละปีมีจำนวน 10 ล้านคน ไม่มีที่เรียน และจะอาศัยการซื้อกิจการเพื่อเติบโต ซึ่งในไทยมีมหาวิทยาลัยถึง 200 แห่ง







