posttoday
แผนการดูแลล่วงหน้า : หนังสือแสดงเจตนารมณ์ในการจัดการชีวิต

แผนการดูแลล่วงหน้า : หนังสือแสดงเจตนารมณ์ในการจัดการชีวิต

24 มิถุนายน 2556

คุณยายของผมเสียไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนที่มีอายุครบ 101 ปี ท่านเป็นคนหนึ่งที่ทำบุญมามากในชาติก่อน เพราะสามารถผ่านชีวิตในช่วงสงครามโลกถึง 2 ครั้ง ท่านได้มีโอกาสเห็นมนุษย์คนแรกเดินบนดวงจันทร์ และที่สำคัญที่สุด ท่านได้มีโอกาสใช้เวลาอันมีค่ากับเหลนของท่านหลายคน เป็นโอกาสที่ไม่กี่คนจะได้รับ โดยรวมท่านได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข นอกเหนือจากในช่วงไม่กี่เดือนสุดท้ายของชีวิตท่าน เมื่อท่านต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อ ในช่วงดังกล่าวลูกหลานของท่านได้ถกเถียงกันหลายครั้งเกี่ยวกับการวางแผนหลังจากที่ท่านเสียชีวิตแล้ว (End of Life Planning) และการตัดสินใจที่ยากเย็นเกี่ยวกับการให้ท่านดับชีพตามธรรมชาติ หรือจะยืดชีวิตของท่านโดยการใช้เครื่องช่วยหายใจต่อไป ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

คุณยายของผมเสียไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนที่มีอายุครบ 101 ปี ท่านเป็นคนหนึ่งที่ทำบุญมามากในชาติก่อน เพราะสามารถผ่านชีวิตในช่วงสงครามโลกถึง 2 ครั้ง ท่านได้มีโอกาสเห็นมนุษย์คนแรกเดินบนดวงจันทร์ และที่สำคัญที่สุด ท่านได้มีโอกาสใช้เวลาอันมีค่ากับเหลนของท่านหลายคน เป็นโอกาสที่ไม่กี่คนจะได้รับ โดยรวมท่านได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข นอกเหนือจากในช่วงไม่กี่เดือนสุดท้ายของชีวิตท่าน เมื่อท่านต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อ ในช่วงดังกล่าวลูกหลานของท่านได้ถกเถียงกันหลายครั้งเกี่ยวกับการวางแผนหลังจากที่ท่านเสียชีวิตแล้ว (End of Life Planning) และการตัดสินใจที่ยากเย็นเกี่ยวกับการให้ท่านดับชีพตามธรรมชาติ หรือจะยืดชีวิตของท่านโดยการใช้เครื่องช่วยหายใจต่อไป ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

ในช่วงดังกล่าว คุณยายของผมก็กลายเป็น “เจ้าหญิงนิทรา” ไปแล้ว ไม่มีโอกาสที่ท่านจะบอกว่า ท่านอยากไปจากโลกนี้อย่างไร ในที่สุดคุณลุงของผมตัดสินใจที่จะใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อประทังชีวิตของท่าน โดยไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น การตัดสินใจเช่นนี้ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ทำให้รู้สึกผิดน้อยที่สุด เพราะครอบครัวของเรามีทรัพย์สินพอที่จะทำทุกอย่างเพื่อยืดชีวิตของคุณยายต่อไป เราคงจะไม่มีวันรู้ว่า คุณยายของผมต้องการให้เราทำในสิ่งที่เราทำหรือไม่ แต่ลองคิดถึงครอบครัวที่ไม่มีทรัพย์สินมาก พวกเขายังจะตัดสินใจแบบเดียวกับครอบครัวของผมหรือไม่

วิธีหนึ่งที่จะเตรียมการสำหรับกรณีดังกล่าว คือที่นักวางแผนการเงินจะเรียกว่า “แผนการดูแลล่วงหน้า (Advance Care Planning)” ซึ่งเริ่มด้วยการแต่งตั้งใครสักคนที่คุณไว้ใจให้เป็นผู้ที่ตัดสินใจแทนคุณ และที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน คุณจะต้องพูดคุยกับบุคคลที่คนเจาะจงจะให้เป็นผู้ดูแลคุณ (Health Care Agent) อาทิ คู่สมรส ญาติสนิท หรือเพื่อนสนิท ถึงสิ่งต่างๆ ที่คุณต้องการ คุณต้องการใช้ชีวิตหรือให้ดูแลอย่างไรเมื่อคุณไม่สบาย และภายใต้กรณีใดที่คนประสงค์จะตายเป็นต้น สุดท้ายอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหากคุณยกร่างหนังสือแสดงความประสงค์ของคุณในรูปแบบคล้ายกับหนังสือแสดงเจตนารมณ์ในการจัดการชีวิต (Living Will)

คุณต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในการยกร่างหนังสือแสดงเจตนารมณ์ในการจัดการชีวิต เพราะส่วนมากการเขียนคำสั่งที่ไม่ชัดเจนอาจไม่มีความหมายและค่าของกระดาษที่เขียนลงไป หนังสือดังกล่าวมักจะมีการแสดงเจตนารมณ์ให้กับแพทย์ที่ดูแลรักษาคุณในกรณีที่คุณป่วยแบบใกล้ตาย (Terminal Illness) แต่ความหมายของการป่วยดังกล่าวจะแตกต่างกันพอสมควร ซึ่งอาจหมายถึงคุณสามารถจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 1 ชั่วโมง หรือถึง 6 เดือน นอกจากนี้ หนังสือแสดงเจตนารมณ์มักจะถูกยกร่างขึ้นหลายปีก่อนที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหา เนื่องจากเมื่อคนเรามีอายุสูงขึ้น เรามักจะเปลี่ยนใจหรือเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เราสามารถยอมรับได้ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเผชิญกับการป่วยหนัก ด้านล่างจะเป็นประเด็นต่างๆ ที่คุณอาจต้องพิจารณาสำหรับหนังสือแสดงเจตนารมณ์ในการจัดการชีวิตของคุณ

n มีวิธีการรักษารูปแบบใดที่คุณต้องการรับหรือไม่รับ

n หากหัวใจคุณหยุดเต้น ภายใต้กรณีใดที่คุณต้องการให้แพทย์ใช้ CPR (การปั๊มหัวใจ) ในการช่วยคุณฟื้นคืนชีพ

n คุณต้องการได้รับการรักษาด้วยเครื่องช่วยต่างๆ หรือไม่ อาทิ เครื่องช่วยหายใจ (ปอดเหล็ก) ยาปฏิชีวนะ หรือการสอดสายยางเพื่อให้อาหาร หรือต้องการใช้เป็นการชั่วคราว และหยุดใช้หากไม่มีพัฒนาการใดๆ เกิดขึ้น

n คุณต้องการรับการรักษาเหล่านี้ไม่ว่าคุณจะมีสภาพร่างกายอย่างไร เป็นการชั่วคราว หรือไม่รับการรักษาเลย

ในปัจจุบันนักวางแผนการลงทุนส่วนมากจะแนะนำให้คนที่มีอายุเกิน 18 ปี อย่างน้อยควรจะระบุคนที่ต้องการให้ดูแลและตัดสินใจแทนคุณ อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร นอกจากนี้ พัฒนาการด้านการแพทย์ทำให้การเสียชีวิตจากหลอดเลือดอุดตันในสมอง (Stroke) โรคเกี่ยวกับหัวใจและมะเร็ง จะเริ่มลดน้อยลง ซึ่งหมายความว่า คนเราอาจต้องเผชิญกับการเป็นโรค Alzheimer และโรคหลงลืมรูปแบบอื่น จากการศึกษาเมื่อปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่ในสหรัฐที่มีอายุสูงกว่า 60 ปี ประมาณ 4,000 คน พบว่า มากกว่าร้อยละ 70 ของกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว ไม่สามารถที่จะตัดสินใจใดๆ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ในปัจจุบันจะมีโอกาสสูงขึ้นที่ร่างกายของเราจะมีอายุยืนกว่าสมอง/สติปัญญาของเรา

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เมื่อยกร่างหนังสือแสดงเจตนารมณ์ในการจัดการชีวิตของคุณ คุณจะต้องคำนึงถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ สำหรับบางคนสิ่งนั้นเป็นเพียงแค่การมีชีวิตอยู่ สำหรับคนอื่นอาจเป็นการที่คุณสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ คุณอาจจำเป็นต้องยึดมั่นความเชื่อทางศาสนาบางอย่าง หรือคุณอาจจะไม่ชอบโรงพยาบาลและอยากนอนตายที่บ้านก็เป็นได้ n

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69