
เซเว่น-สผ.จุกบาทอ่อน
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้ประโยชน์เต็มๆดัชนีเหวี่ยงขึ้นลงหลายรอบลุ้นคิวอี
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้ประโยชน์เต็มๆดัชนีเหวี่ยงขึ้นลงหลายรอบลุ้นคิวอี
เงินบาทอ่อนทะลุ 31 กดดันผลงาน บจ. โบรกเกอร์ลดกำไร PTTEP หุ้นอีเลคฯ ได้ดี ซีพี ออลล์ จุก
ค่าเงินบาทที่ผันผวนจากในช่วงต้นไตรมาส 2 บาทแข็งค่าขึ้นมาแถว 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และเช้าวันที่ 19 มิ.ย. กลับอ่อนค่าลงทะลุ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.82-30.84 บาท ซึ่งไม่ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าหรืออ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ล้วนส่งผลกระทบต่อผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและภาษีของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. เพิ่มขึ้น เพราะการอ่อนค่าของเงินบาทลงทุกๆ 1 บาท เมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ค่าใช้จ่ายทางภาษีของบริษัทจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ความล่าช้าในการผลิตที่แหล่งมอนทาราและการหยุดผลิตของโครงการจำนวนมาก เช่น ยาดานา เยตากุน บงกชใต้ อาทิตย์ B8/32 และโอมาน ส่งผลต่อปริมาณขายให้ต่ำลง แม้ว่าผลผลิตจากโครงการ S1 จะเพิ่มเข้ามาก็ตาม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ปรับลดกำไรปีนี้ของ PTTEP ลง 4% เหลือ 5.9 หมื่นล้านบาท
“เราได้ลดปริมาณการขายลงมาอยู่ที่ 2.97 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากประมาณการเดิมที่ 3.04 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน” บล.บัวหลวง ระบุ
อย่างไรก็ตาม ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2557 อีก 5% จากเดิมมาอยู่ที่ 6.82 หมื่นล้านบาท โตขึ้น 15% จากปี 2556 หลังจากมอนทาราเริ่มผลิต ปริมาณการขายจะเพิ่มเป็น 3.42 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากก่อนหน้าที่คาดการณ์ไว้เพียง 3.37 แสนบาร์เรล
“ไตรมาส 2 กำไร PTTEP จะอ่อนแอลง แต่ในไตรมาสถัดไปน่าจะดีขึ้น หลังเริ่มดำเนินการโครงการมอนทารา และคาดว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง”
ด้าน บล.ไซรัส ระบุว่า เงินบาทที่กลับมาอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกในทางจิตวิทยาการลงทุนของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และคาดว่าจะเป็นผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปีนี้
ทั้งนี้ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) จะได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่ามากที่สุด รองมาคือ บริษัท ฮานาไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) เนื่องจากมีสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบเหรียญสหรัฐราว 6070% ขณะที่ทั้งปี 2556 คาดว่ากำไรปกติจะเติบโตก้าวกระโดดเป็น 659 ล้านบาท จาก 57 ล้านบาท ในปี 2555 ประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 16.70 บาท ในเชิงกลยุทธ์แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
สำหรับหุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ซึ่งกู้เงินประมาณ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนำมาชำระเงินค่าซื้อหุ้นบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) ก็จะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว และตีราคาหุ้น MAKRO ที่หุ้นละ 787 บาท หรือ 27.5 เหรียญสหรัฐ ณ อัตราแลกเปลี่ยน 28.6181 บาท แต่ตอนนี้เงินบาทมาอยู่ที่ 31 บาท ทำให้บริษัทมีภาระทางการเงินเพิ่มขึ้น จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคาหุ้น CPALL ลดลง 1 บาท หรือ 2.60% ปิดที่ระดับ 37.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 2,695.15 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นวันที่ 19 มิ.ย. ซึ่งใกล้จะถึงวันที่ทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีมติเรื่องมาตรการคิวอีอย่างไรในเช้าวันที่ 20 มิ.ย. ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยผันผวนสูงถึง 34 จุด ระหว่างวันดัชนีสลับขึ้นและลดลงหลายรอบ จนมาปิดที่ระดับ 1,437.70 จุด บวก 10.28 จุด หรือ 0.72% แต่มูลค่าการซื้อขายไม่มากนัก 48,925.44 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติขายอีก 1,226 ล้านบาท สถาบันในประเทศขายด้วย 315 ล้านบาท
หุ้นที่เป็นจุดพลุให้ตลาดหุ้นปิดสูงกว่าวันก่อนได้นำโดยกลุ่ม ปตท. และสื่อสาร ทั้งนี้ราคา หุ้น ปตท. (PTT) พุ่งขึ้น 11 บาท ปิดที่ระดับ 332 บาท







