posttoday
ลดดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอี6%

ลดดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอี6%

20 มิถุนายน 2556

กสิกรสสว.ดูแลธุรกิจเจอพิษขึ้นค่าแรงประเมินช่วยลดภาระได้ถึง6,300ราย

กสิกรสสว.ดูแลธุรกิจเจอพิษขึ้นค่าแรงประเมินช่วยลดภาระได้ถึง6,300ราย

กสิกรไทยโดดอุ้มเอสเอ็มอีเจอปัญหาค่าแรง 300 บาท ลดดอกเบี้ยให้ถึง 6% เหลือ 34% ให้รายละ 1 ล้านบาท

นายพิภวัตว์ ภัทรนาวิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดโครงการ SME ไม่หวั่นค่าแรง ลดดอกเบี้ย 6% เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเป็น 300 บาท โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการที่จะได้รับการลดดอกเบี้ยให้จะต้องเป็นลูกค้าของธนาคารเท่านั้น

ลูกค้าที่จะได้ดอกเบี้ย 6% ก็ต้องเป็นผู้สมัคร 700 รายแรก เกินจากนั้นธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเพิ่ม 3% โดยลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบการผ่อนชำระแบบปลอดเงินต้น 3 เดือนได้อีกด้วย

นายพิภวัตว์ กล่าวว่า ดอกเบี้ยที่ลดให้ 6% จะไม่กระทบต่อต้นทุนของธนาคาร เพราะเป็นส่วนของ สสว. 3% และธนาคารจะให้ส่วนลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 3% จากปัจจุบันที่ธนาคารคิดดอกเบี้ยลูกค้าเอสเอ็มอีอยู่ที่ระดับ 910% หากเข้าโครงการนี้ดอกเบี้ยก็จะลดเหลือ 34%

สำหรับวงเงินที่เตรียมไว้ในโครงการนี้ทั้งหมด 2,000 ล้านบาท โดยจะให้วงเงินดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะเข้าร่วมได้นั้น จะต้องเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2556 ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวม 51 จังหวัด และอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่มีการใช้แรงงานสูงใน 12 กลุ่มธุรกิจ

ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโลหะประดิษฐ์ ธุรกิจภัตตาคาร ร้านขายอาหาร ธุรกิจผลิตไม้ ผลิตภัณฑ์จากไม้ และไม้ก๊อก ธุรกิจการก่อสร้าง ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก ธุรกิจการขายปลีก ธุรกิจโรงแรมและที่พักชั่วคราว ธุรกิจการขนส่ง ธุรกิจการบำรุงรักษาการซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ การขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ และธุรกิจการผลิตเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ และอัญมณีเครื่องประดับ

“ลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารได้รับผลกระทบค่าแรง 300 บาท มีประมาณ 200 ราย วงเงินไม่กี่พันล้านบาท” นายพิภวัตว์ กล่าว

นายพิภวัตว์ กล่าวว่า ความเสี่ยงลูกค้าเอสเอ็มอีจากนี้คือ ความผันผวนของค่าเงินและการปรับตัวเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยในส่วนปัญหาค่าเงินบาทนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณหนี้เสีย ยังอยู่ในภาวะปกติเอ็นพีแอลกลุ่มเอสเอ็มอีไม่เกิน 3%

นายชาวันย์ สวัสดิ์ชูโต รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า สสว. ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างแรงงาน โดยการชดเชยดอกเบี้ยในอัตรา 3% ของวงเงินสินเชื่อ เป็นระยะเวลา 1 ปี มีวงเงินกู้ยืมไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถปรับตัวได้ทันกับสถานการณ์ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงจึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา

ทั้งนี้ วงเงินงบประมาณในการดำเนินการจำนวน 193 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการนี้ไม่น้อยกว่า 6,300 ราย

นายชาวันย์ กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยสร้างโอกาสและบรรเทาผลกระทบให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถบริหารจัดการต้นทุนในการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยรักษาสภาพการจ้างงานให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ