
เมื่อตะวันตกมองอาเซียน (1)
เมื่อวันที่ 35 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดิฉันได้ไปร่วมเป็นวิทยากรที่แคนาดาภายใต้งาน “แคนาเดเชีย 2013”
เมื่อวันที่ 35 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดิฉันได้ไปร่วมเป็นวิทยากรที่แคนาดาภายใต้งาน “แคนาเดเชีย 2013”
งานดังกล่าวแสดงนัยอย่างชัดเจนว่า แคนาดาเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับเอเชียอีกครั้ง หลังห่างเหินไปนาน สังเกตได้ว่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ให้เกียรติมาเปิดงานเอง อีกทั้งยังมีอดีตรัฐมนตรี ผู้นำหน่วยงานสำคัญของภาครัฐและเอกชน ตบเท้าเข้ามาร่วมงานกันแน่นขนัด ขณะที่เอกชนกว่า 500 คนก็ควักกระเป๋าจ่ายค่าเข้าร่วมงานสูงประมาณหนึ่ง สะท้อนภาพว่าแคนาดากลับมามองเอเชียจริงๆ
หัวข้อเสวนาทั้งหมดภายในงานวนเวียนอยู่กับเรื่องราวในเอเชียแปซิฟิก เรื่องที่สำคัญคือผลจากความร่วมมือในเอเชีย 2 ความร่วมมือ คือ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP และความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือ TPP
สาเหตุที่แคนาดาให้ความสำคัญกับ RCEP และ TPP มาก ทั้งที่ยังอยู่ในชั้นเริ่มต้น ยังไม่มีข้อกำหนดความร่วมมือหรือบทบาทใดเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน เพราะแคนาดาเล็งเห็นแล้วว่าเอเชียกำลังอยู่ในสภาวะเติบโตต่อเนื่อง ที่สำคัญคือกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางมีจำนวนมากขึ้นเป็นแรงผลักให้ตลาดในเอเชียมีกำลังซื้อสูงและมีศักยภาพ
ธนาคารพัฒนาเอเชียถึงขั้นคาดการณ์ว่าในปี 2573 ประเทศในเอเชียจะมีมูลค่าการบริโภครวมกันถึง 32 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือสูงถึง 43% ของการใช้จ่ายทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ธุรกิจภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร อสังหาริมทรัพย์ จะเติบโตขึ้นมากตามการขยายตัวและความต้องการของกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง และทำให้ภาคบริการของเอเชียต้องปรับตัวสู่ความทันสมัย คราวหน้ามาดูกันค่ะว่า แคนาดาสนใจมาลงทุนในธุรกิจใดในเอเชีย







