
SME มอนิเตอร์
เบอร์ลิน – วอล์ฟกัง เชาเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี เตรียมหารือกับ ยานนิส สตรัวนาราส รัฐมนตรีคลังกรีซ เกี่ยวกับแนวทางให้ความช่วยเหลือแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของกรีซในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซน ซึ่งจะมีขึ้นที่ลักเซมเบิร์กในระหว่างวันที่ 2021 มิ.ย.นี้ อันเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศในกลุ่มยูโรโซนที่กำลังมีปัญหาทางการเงินและประสบภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้เยอรมนีได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวกับสเปน เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับเอสเอ็มอีสเปนเป็นวงเงินสูงถึง 1,000 ล้านยูโรแล้ว โดยในจำนวนนี้ธนาคารเคเอฟดับเบิลยูของเยอรมนีจะปล่อยกู้แก่ธนาคารเพื่อการพัฒนาของสเปน เพื่อปล่อยกู้ให้กับรายย่อยราว 800 ล้านยูโร ขณะที่อีก 200 ล้านยูโร จะนำไปลงทุนในกองทุนเพื่อฟื้นฟูสภาวะทางการเงินของรายย่อยในสเปนต่อไป
เบอร์ลิน – วอล์ฟกัง เชาเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี เตรียมหารือกับ ยานนิส สตรัวนาราส รัฐมนตรีคลังกรีซ เกี่ยวกับแนวทางให้ความช่วยเหลือแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของกรีซในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซน ซึ่งจะมีขึ้นที่ลักเซมเบิร์กในระหว่างวันที่ 2021 มิ.ย.นี้ อันเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศในกลุ่มยูโรโซนที่กำลังมีปัญหาทางการเงินและประสบภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้เยอรมนีได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวกับสเปน เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับเอสเอ็มอีสเปนเป็นวงเงินสูงถึง 1,000 ล้านยูโรแล้ว โดยในจำนวนนี้ธนาคารเคเอฟดับเบิลยูของเยอรมนีจะปล่อยกู้แก่ธนาคารเพื่อการพัฒนาของสเปน เพื่อปล่อยกู้ให้กับรายย่อยราว 800 ล้านยูโร ขณะที่อีก 200 ล้านยูโร จะนำไปลงทุนในกองทุนเพื่อฟื้นฟูสภาวะทางการเงินของรายย่อยในสเปนต่อไป
มุมไบ – ประธานสภาส่งเสริมการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของอินเดีย แสดงความผิดหวังต่อการประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 7.25% ของธนาคารกลางอินเดีย (อาร์บีไอ) ว่า กำลังส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในประเทศ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงจะส่งผลให้เอสเอ็มอีลังเลที่จะลงทุนเทคโนโลยีด้านการผลิตสินค้าเพิ่มเติม ตลอดจนอาจส่งผลให้ความพยายามปรับลด “ช่องว่างด้านสินเชื่อ” จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 43% ภายในเดือน มี.ค. 2560 เป็นไปได้อย่างยากลำบากยิ่งขึ้น
วอชิงตัน – หนังสือพิมพ์ฮัฟฟิงตันโพสต์ เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์ของธุรกิจเอสเอ็มอีในสหรัฐ ระบุว่า ส่วนใหญ่กำลังเผชิญกับอุปสรรคการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการทางภาษีในอัตราที่สูง และกฎข้อบังคับการดำเนินธุรกิจอันยุ่งยาก ซึ่งกำลังฉุดการขยายตัวของธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศ โดยผลวิจัยล่าสุดพบว่า กว่า 65% ของรายย่อยเมืองลุงแซมไม่มีแผนการขยายธุรกิจเพิ่มเติมในอีก 6 เดือนข้างหน้า ขณะที่อีกกว่า 80% ไม่มีการจ้างงานเพิ่มเติมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและจ้างงานในประเทศโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







