
โรงแรมไทยบุกมัลดีฟส์ตลาดใหม่น่าลงทุน
สำหรับนักลงทุนไทยแล้วอาจมองว่ามีความเป็นไปได้น้อยและยังไม่ใช่ประเทศเป้าหมายของนักลงทุนไทย
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
สำหรับนักลงทุนไทยแล้วอาจมองว่ามีความเป็นไปได้น้อยและยังไม่ใช่ประเทศเป้าหมายของนักลงทุนไทย แต่หากเจาะลึกลงไปตามรายอุตสาหกรรมแล้ว จะพบว่ามีโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าไปทำธุรกิจ โดยมีจุดเด่นในภาคการผลิตและการบริการ
โอกาสการลงทุนในประเทศมัลดีฟส์ของไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลมัลดีฟส์มีโครงการ 1 เกาะ 1 รีสอร์ต เปิดรับนักลงทุนจากต่างประเทศที่ต้องการจะขอรับสัมปทานเกาะของมัลดีฟส์ ซึ่งมีมากกว่า 2,000 เกาะ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นรีสอร์ตหรู รองรับนักท่องเที่ยวระดับสูง โดยรัฐบาลมัลดีฟส์อยู่ระหว่างการทยอยเปิดสัมปทาน 14 เกาะ โดยได้เปิดประมูลในกลุ่มแรก 3 เกาะ ไปเรียบร้อยแล้ว เหลืออีก 11 เกาะ ที่ภาคเอกชนไทยให้ความสำคัญ
สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองประธาน อาวุโสฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ โรงแรมและรีสอร์ต ในเครือเซ็นทารา เปิดเผยว่า เซ็นทารามีโรงแรมอยู่ในมัลดีฟส์ 2 แห่ง ได้แก่ เซ็นทารา แกรนด์ ไอส์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา และเซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2556 ซึ่งถือเป็นรีสอร์ตที่อยู่ใกล้กับกรุงมาเล เมืองหลวง สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวในมัลดีฟส์เป็นตลาดระดับสูง มีนักท่องเที่ยวหลักเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส หนีจากฤดูหนาวในยุโรปมาพักผ่อน และปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากจีนค่อนข้างมาแรงและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนโยบาย 1 เกาะ 1 รีสอร์ตของมัลดีฟส์ถือว่าเป็นนโยบายที่ดี เอกชนก็สามารถดูแลเกาะของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญทางมัลดีฟส์เข้มงวดในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ทุกเกาะต้องมีระบบการดูแลสิ่งแวดล้อม บำบัดน้ำเสียที่มีคุณภาพ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมไว้ให้ดีที่สุด เพราะประเทศมัลดีฟส์มีจุดขายเรื่องธรรมชาติที่สวยงาม ขณะที่การแข่งขันถือว่าไม่สูง แม้ว่าจะมีโรงแรมชื่อดังเข้ามาเปิดรีสอร์ตมากมาย เนื่องจากแต่ละกลุ่มก็มีลูกค้าเป้าหมายของตัวเอง โดยเฉพาะ และแต่ละโรงแรมก็มีความหลากหลายแตกต่างกันไป
สัญญา กาญจนวิทย์ ผู้จัดการโครงการอาวุโส บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า พฤกษาได้เข้ามาลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่บนเกาะฮูลฮูมาเล ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ใกล้สนามบินและรัฐบาลมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นเมืองที่ทันสมัยมีโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากมาย โดยพฤกษาได้ไปลงทุนทำคอนโดมิเนียม 180 ยูนิต เป็นตึก 5 ชั้น 9 ตึก ถือเป็นเฟสแรกจากแผนทั้งหมดที่มีอยู่ 5 เฟส เป็นการลงทุนร่วมกับบริษัท เอชดีซี มีพฤกษาถือหุ้น 80% ซึ่งรัฐบาลมัลดีฟส์ต้องการให้คนท้องถิ่นเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย จึงส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุน โดยในโครงการนี้ผู้ซื้อต้องเป็นชาวท้องถิ่นเท่านั้น ลงทุนทั้งสิ้นมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจนี้ค่อนข้างมีปัญหามาก เพราะต้องเข้าไปตั้งระบบกฎเกณฑ์ให้ใหม่ทั้งหมด เช่น ระบบการโอน กฎหมายคอนโด ซึ่งที่นี่ไม่เคยมีกฎหมายประเภทนี้มาก่อน ส่วนเรื่องวัตถุดิบด้านการก่อสร้างก็หายากต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด แต่เมื่อโครงการเปิดขายวันแรกก็มีคนมาซื้อเต็มทั้งหมด โดยเปิดขายในราคา 130 เหรียญสหรัฐต่อตารางฟุต แต่ราคาที่ลูกค้านำไปปล่อยเช่าอยู่ที่ 150 เหรียญสหรัฐต่อเดือน ขนาด 3 ห้องนอน 80 ตารางฟุต ซึ่งคนส่วนใหญ่ซื้อไว้เพื่อปล่อยให้นักท่องเที่ยวเช่า







