posttoday
กสิกรกวาดลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ก

กสิกรกวาดลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ก

19 มิถุนายน 2556

ค่ายกสิกรไทยแท็กทีมดึงผู้แนะนำฝั่งแบงก์บล.ลุยลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ก ลั่นขึ้นแท่นที่ 2 ปี 2557

ค่ายกสิกรไทยแท็กทีมดึงผู้แนะนำฝั่งแบงก์บล.ลุยลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ก ลั่นขึ้นแท่นที่ 2 ปี 2557

นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย (KSMACQ) เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่ทีมผู้แนะนำการลงทุนของธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กับผู้แนะนำการลงทุนให้กับผู้ลงทุนของฝั่ง บล.ได้ปรึกษาหารือกันมากขึ้น เบื้องต้นคาดจะคุยกันทุกสัปดาห์จากเดิม 3 เดือน หรือ 6 เดือนเท่านั้น

“เราแลกเปลี่ยนข้อมูลและไปเสนอให้กับลูกค้ามากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์กของ บล. (มีจำนวนเงินในบัญชี 50 ล้านบาท) ให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มี 1,500 บัญชี เทียบกับสิ้นปีก่อนที่ 1,1001,200 บัญชี ทั้งลูกค้าที่หาใหม่และฐานลูกค้าไปรเวตแบงก์กิงของ KBANK ที่มีอยู่แล้ว แต่ต้องเพิ่มจำนวนผู้แนะนำให้ไฮเน็ตเวิร์กที่ปัจจุบันมีเพียง 15 คน” นายเผดิมภพ กล่าว

นอกจากนั้น ปี 2556 บริษัทยังเน้นที่จะเพิ่มการแนะนำข้อมูลไปกับการขยายสาขา KBANK ซึ่งเพิ่งขยายไป 50 สาขา เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จากเป้าหมายทั้งปี 55 สาขา เทียบปีก่อน 42 สาขา

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัททำงานร่วมกับธนาคารแม่มาโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกผลิตภัณฑ์ คาดว่าครึ่งปีหลังจะเห็นการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

“การเพิ่มฐานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์กกับไปรเวตแบงก์กิงยังต้องใช้เวลาจัดทีมและหารือกันอีกสักพัก เพื่อให้เกิดกลยุทธ์การทำงานร่วมกัน ซึ่งตั้งแต่ต้นปีบริษัทมีลูกค้ารายใหม่ 10.2 หมื่นบัญชี จากเป้าหมายทั้งปีที่ 1.8 หมื่นบัญชี ทำให้มีลูกค้าทั้งหมด 4.2 หมื่นบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากฐานลูกค้าเงินฝากของแบงก์เป็นหลัก” นายธิติ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มการวิเคราะห์บทวิจัยครอบคลุมถึง 120 บริษัท จากปัจจุบันอยู่ที่ 80-90 บริษัท และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดปี 2557 ให้อยู่ในอันดับที่ 2 ของอุตสาหกรรม คิดเป็นสัดส่วน 6% จากปัจจุบันอันดับ 34 ที่ส่วนแบ่ง 5% ส่วนสิ้นปีนี้คาดว่าส่วนแบ่งจะอยู่ที่ 5.5% โดยบริษัทมีการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรองรับตลาดการลงทุนอย่างครบวงจร

นอกจากนี้ บริษัทยังมีลูกค้าจำนวน 45 บริษัทเพื่อเตรียมตัวเสนอขายหุ้นครั้งแรก (ไอพีโอ) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในสิ้นปี2556

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ