
“นิสสัน มาร์ช ใหม่” เล็กแต่ลุย
สัปดาห์นี้พาผู้อ่านทุกท่านร่วมเดินทางในเส้นทางต่างประเทศ (อีกครั้ง) กับ “คาราวานเปิดเส้นทางสู่อินโดจีน” โดยครั้งนี้ร่วมเดินทางไปกับบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ผู้นำตลาดรถยนต์อีโคคาร์ที่ยังคงมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดในปี 2555 ในสัดส่วน 50% ของตลาด
สัปดาห์นี้พาผู้อ่านทุกท่านร่วมเดินทางในเส้นทางต่างประเทศ (อีกครั้ง) กับ “คาราวานเปิดเส้นทางสู่อินโดจีน” โดยครั้งนี้ร่วมเดินทางไปกับบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ผู้นำตลาดรถยนต์อีโคคาร์ที่ยังคงมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดในปี 2555 ในสัดส่วน 50% ของตลาด
ด้วยความที่เป็นอีโคคาร์ ใครจะคิดล่ะ!! ว่าสามารถเดินทางได้ไกลเพียงใด ดังนั้น นิสสันจึงไขข้อข้องใจนำคณะสื่อมวลชนเดินทางด้วยเจ้า “นิสสัน มาร์ช ใหม่” ที่เพิ่งมีการปรับโฉม (ไมเนอร์เชนจ์) ไปหมาดๆ โดยการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของรถยนต์ประเภทอีโคคาร์ที่มีการขับขี่เดินทางข้ามประเทศ
ด้วยระยะทางยาวกว่า 340 กม. บนเส้นทางตราดพนมบอร์กอร์ ประเทศกัมพูชา เริ่มต้นจากบริเวณชายแดนฝั่งประเทศไทยเดินทางข้ามไปยังฝั่งกัมพูชา โดยเส้นทางการเดินทางเป็นแบบฝึกหัดที่วัดสมรรถนะของเจ้าอีโคคาร์คันนี้ได้เป็นอย่างดี มีทั้งขึ้นลงเขา ทางคดโค้ง ทางฝุ่น ทางขรุขระ ตลอดเส้นทาง
“นิสสัน มาร์ช ใหม่” ที่ได้มีการปรับโฉม พร้อมๆ กับการเพิ่มราคาขึ้นอีก 8,00014,000 บาท ทำให้ราคาใหม่เริ่มต้นที่ 3.885.55 แสนบาท ภายนอกได้แต่งเสริมเติมสี โน้นนิดนี่หน่อย ให้ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าใหม่โครเมียมแบบ “วีเชฟ” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนิสสันในทุกรุ่น พร้อมกับกันชนหน้าหลัง ดีไซน์ใหม่ ที่เพิ่มไฟตัดหมอก ไฟท้ายแบบ LED เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น รวมถึงเพิ่มสีสันภายนอกให้เลือกเพิ่มขึ้น 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเขียวกรีนโอลีฟ และสีชมพูสวีต พิงค์
ภายในห้องโดยสาร เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัดเจน ด้วยการดีไซน์ภายใต้แนวคิด “ทันสมัย สะดวกสบาย ให้ทัศนวิสัยดีเยี่ยม” ซึ่งเพิ่มความหรูหราเข้าไปด้วย มือจับเปิดประตูโครเมียม มาตรวัดแสดงผลที่ตกแต่งด้วยขอบโครเมียม คอนโซลกลางตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ (เปียโน แบล็ก) ซึ่งตัดกับสีภายในซึ่งเป็นสีเบจ เครื่องเสียงดีไซน์พิเศษ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB พวงมาลัยพร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียง
สำหรับเครื่องยนต์ ยังใช้เครื่องยนต์เดียวกับรุ่นเดิม ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ แถวเรียง DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุดที่ 79 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 106 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT และช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต และด้านหลังแบบทอร์ชันบีม
นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบความปลอดภัย เช่น ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) เพิ่มเติมจากระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยในรถขนาดกลาง (ซีเซ็กเมนต์) ขึ้นไป มาไว้ใน “นิสสัน มาร์ช ใหม่” อีกด้วย
ตลอดการเดินทางระยะไกลด้วยรถประเภทอีโคคาร์แถมยังข้ามประเทศอีกต่างหาก ซึ่งเส้นทางและความสะดวกสบายบนถนนอาจจะไม่ได้ราบเรียบ ส่งผลสะท้อนถึงระบบช่วงล่างที่ถึงแม้อาจจะไม่ได้นุ่มนวลอะไรมากมาย แต่เรื่องสมรรถนะและการทรงตัวถือได้ว่าค่อนข้างทำได้ดีเมื่อเทียบกับราคาและความคุ้มค่าในแบบฉบับอีโคคาร์
ส่วนเรื่องสมรรถนะด้านเครื่องยนต์และอัตราเร่งจุดนี้ ถือได้ว่าเป็นการขับขี่ที่สนุกสนาน อัตราเร่งแซง ออกตัว หรือแม้กระทั่งขึ้นทางลาดชัน ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา จะมีก็นิดหน่อยตรงที่การทำงานร่วมกับระบบเกียร์ XTRONIC CVT ที่บางทีการตอบสนองอาจจะไม่ถึงอกถึงใจในบางจังหวะ แต่ด้วยการออกแบบที่เน้นในความประหยัด ตามมาตรฐานอีโคคาร์ก็อยู่ในระดับที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว
ด้านความสะดวกสบายในการขับขี่มองว่า ด้วยการออกแบบให้เป็นรถที่มีความคล่องตัวและความเล็กกะทัดรัดในการขับขี่ ทำให้รู้สึกถึงเบาะที่นั่งและตำแหน่งการขับขี่อาจจะไม่ค่อยสบายไปสักนิด ถึงแม้จะปรับเลื่อนจนคิดว่าเหมาะสมแล้วก็ตาม ยิ่งด้วยระยะทางไกลแล้วด้วยนั้นอาจจะต้องเจอกับอาการ “เมื่อย” กันสักนิด แต่หักลบกับทัศนวิสัยการมองเห็นและการขับขี่ที่ดีแล้วถือว่า “พอได้” อยู่
สุดท้าย “นิสสัน มาร์ช ใหม่” ก็สามารถพิชิตจุดหมาย “คาราวานเปิดเส้นทางสู่อินโดจีน” ได้อย่างปลอดภัย







