
ตั้งเซอร์เวเยอร์เกาะติดโครงการจำนำข้าว
นายกฯสั่งพาณิชย์ตั้งเซอร์เวเยอร์ติดตามการระบาย ย้ำแม้ขาดทุน 1.3 แสนล.แต่ทำให้ระบบศก.หมุนเวียนจีดีพีโตขึ้น ปัดตอบลดราคาจำนำข้าว-ปรับ“บุญทรง”ออกหรือไม่
นายกฯสั่งพาณิชย์ตั้งเซอร์เวเยอร์ติดตามการระบาย ย้ำแม้ขาดทุน 1.3 แสนล.แต่ทำให้ระบบศก.หมุนเวียนจีดีพีโตขึ้น ปัดตอบลดราคาจำนำข้าว-ปรับ“บุญทรง”ออกหรือไม่
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงประเด็นโครงการรับจำนำข้าว โดยได้รับทราบรายงานจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงความเห็นของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งครม.รับทราบและให้นำรายละเอียดทั้งหมดให้กขช.ไปพิจารณารายละเอียดต่อไป
ส่วนประเด็นการลดราคาจำนำข้าวนั้น ยังไม่ได้มีมติจากกขช.มาชัดเจน แต่จะรับข้อเสนอความคิดเห็นต่างๆไปหารือในทิศทางที่ชัดเจนจากกขช.ก่อน ทั้งนี้ รัฐบาลได้สั่งงานเพิ่มเติมไปยังรมว.พาณิชย์ให้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) เพื่อตัวกลางในการตรวจสอบโกดัง และทีมดังกล่าวจะมีทีมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เข้าไปร่วมตรวจสอบด้วย และต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อรายงานกลับมายังครม.
“ถ้าเกิดตรวจสอบว่ามีปัญหาสต๊อก เซอร์เวเยอร์ก็คงต้องชดใช้ตามราคาตามต้นทุน”นายกฯ กล่าว
นอกจากนี้ นายวราเทพยังได้รายงานตัวเลขที่ผ่านมา ณ วันที่ 31 ม.ค. ตรงกัน แต่สิ่งที่ไม่ตรงกัน คือ ตัวเลขสต๊อกคงค้าง ซึ่งนายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ รมว.พาณิชย์ ได้รายงานว่า กขช.ให้หาคณะทำงานบวกทีมคณะอนุปิดบัญชีลงไปตรวจสอบรายละเอียดสต๊อกจริงๆว่าเท่าไหร่ และความต่างอีกอย่าง คือ การคำนวนมูลค่าของสต๊อกคงค้าง
“ตัวเลขที่ผ่านมา ที่มีการขายแล้วรับรู้จริงตรงกันหมด แต่ไปขายให้กับบริษัทไหน เราไม่ทราบตรงนั้น เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
เมื่อถามว่า การขาดทุนปีแรก 1.3 แสนล้านบาท รัฐบาลจะมีการปรับลดราคาจำนำจาก 1.5 หมื่นบาท ลงมาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในทางบัญชีอาจเรียกว่าขาดทุน แต่ความเป็นจริงราคาส่วนต่างที่รับมาคือการดูแลเกษตรกร ซึ่งตรงกับนโยบายที่ต้องดูแลเกษตรกรและดูแลราคาพืชผล ซึ่งตรงนี้จะกลับไปยังเกษตรกร และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) จ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ทำให้เศรษฐกิจต่างๆหมุนเวียนดูแลเกษตรกร
"เราเองพยายามดูแลในเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ หลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของรายได้ให้คงอยู่ ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาวินัยการเงินการคลังด้วย"นายกฯ กล่าว
ส่วนประเด็นเรื่องข้าวเน่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องตั้งเซอร์เวเยอร์มาตรวจสอบ เพราะบางครั้งอาจมีเรื่องข่าวลือ จำเป็นต้องเร่งตรวจสอบ ทุกอย่างความห่วงใยนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ดังนั้น อยากขอให้เจ้าหน้าที่ทำงาน และให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ชี้แจงเอง
เมื่อถามย้ำว่า ตัวเลขาดทุน 1.3 แสนล้านบาท กับเงินที่ลงไป 6.7 แสนล้านบาท คุ้มทุนหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา จำนวนปริมาณชาวนาสูงขึ้นในตลอด 2-3 ปีให้หลัง ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการดูแลโครงการก็ไปหมุนทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้น นอกจากรายงานสศช.จะเห็นว่า จีดีพีเพิ่มขึ้นจากการหมุนเวียนเศรษฐกิจต่างๆ
เมื่อพยายามสอบถามถึงกระทรวงพาณิชย์ในการตั้งเพดานขาดทุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “โห ไปถามกระทรวงพาณิชย์บ้างสิคะ” และเมื่อถามว่า รัฐมนตรียังคงเป็นต่อหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “เดี๋ยวทางท่านวราเทพ จะชี้แจงแถลงข่าวทั้งหมดในตัวเลข” เมื่อถามย้ำว่า แล้วทำไมไม่ให้รมว.พาณิชย์ชี้แจง นายกฯ ระบุว่า "รมว.พาณิชย์ก็ชี้แจงได้ แต่เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ จำเป็นต้องให้คนกลางมาทำหน้าที่ชี้แจงรายละเอียดเรื่องตัวเลขทั้งหมด"
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า รมว.พาณิชย์ ยังคงเหมาะสมทำหน้าที่ต้อไปหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้ ก็ยังทำงานอยู่ และครม.ก็ต้องติดตามการทำงานของทุกกระทรวงเหมือนเดิม ส่วนการปรับครม.ที่จะมีขึ้นช่วงเดือนส.ค.นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ปรับเมื่อไหร่แล้วจะบอกให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง เพราะครม.เป็นเรื่องปกติที่จะมีการปรับกันตามความเหมาะสม และวันนี้เองก็มีการพิจารณาอยู่ ดูจากผลงานไปเรื่อยๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อพยายามสอบถามว่าจะเป็นการปรับใหญ่หรือไม่ รวมถึงจะมีการอุทธรณ์คำสั่งศาลเรื่องคืนตำแหน่งให้นายถวิล เปลี่ยนศรี กลับสู่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายกฯ กล่าวว่า “พอแล้ว ก่อนเดินฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนเพื่อไปขึ้นรถส่วนตัว”







