posttoday
โซลาริสลุยอินโดจีน

โซลาริสลุยอินโดจีน

18 มิถุนายน 2556

ดึงกองทุนบุคคลลุยลงทุนรับศก.โตรับกองทุนรวมโตยากขาดช่องทางขาย

ดึงกองทุนบุคคลลุยลงทุนรับศก.โตรับกองทุนรวมโตยากขาดช่องทางขาย

บลจ.โซลาริส เจาะตลาดอินโดจีน ดึงกองทุนส่วนบุคคลลุยลงทุน รับเศรษฐกิจโตปีละ 78% ใน 3 ปีข้างหน้านายสุพรรณ เศษธะพานิช รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) โซลาริส เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล โดยระดมเงินออกไปลงทุนในประเทศแถบอินโดจีน เนื่องจากมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตสูง

“ที่เราคุยไว้อยู่ในลาว ซึ่งไม่ได้อยู่ในกลุ่ม IOSCO ตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต.กำหนด จึงต้องหารือในรายละเอียดก่อนว่าจะดำเนินการได้อย่างไร ซึ่งคาดว่าปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าจะชัดเจน โดยการลงทุนจะเป็นลักษณะของกองทุนร่วมทุน ซึ่งผลตอบแทนน่าสนใจ ระยะเวลาลงทุน 12 ปี” นายสุพรรณ กล่าว

นายสุพรรณ กล่าวว่า ในการไปลงทุนต่างประเทศนั้น บริษัทได้ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีมิโก้ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ถือหุ้น 75% และบริษัท เอฟโวลูชั่น แคปปิตอล (E) ถือหุ้น 25% ซึ่งกลุ่มบริษัทมีความชำนาญและมีเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจในแถบอินโดจีน จึงอยากออกไปเปิดตลาดเป็นรายแรกๆ เพื่อสร้างรากฐานไว้ ขณะที่กองทุนรวมก็ยังคงดำเนินต่อไปควบคู่กัน

ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ประมาณ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนรวม 3,000 ล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคลประมาณ 500-1,000 ล้านบาท โดย 12 ปีที่ผ่านมาเติบโตเกือบ 20% หรือเฉลี่ย 3-5 ปี เติบโต 10-20% ต่อปี

“การเติบโตของบริษัทมาจากกองทุนตราสารหนี้ประเภทโรลโอเวอร์ ซึ่งจ่ายผลตอบแทนที่สูงกว่า บลจ.อื่น และฉีกตลาดไปออกกองทุนระยะเวลา 4 เดือน เพื่อสร้างความแตกต่างจากบลจ.อื่นที่มักจะออก 3 เดือน 6 เดือน เป็นต้น และที่ผ่านมาผลตอบแทนกองทุน 4 เดือนของบริษัทก็ให้สูงกว่ากองทุน 6 เดือน แต่เราคงไม่ได้เน้นเป้าหมายเอยูเอ็มมากนัก เพราะกองทุนรวมคงเติบโตได้ไม่มาก เพราะติดปัญหาช่องทางการจำหน่าย จึงต้องฉีกตลาดออกไปและเน้นกองทุนส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เอยูเอ็มเติบโตก้าวกระโดด โดยน่าจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4,000-5,000 ล้านบาท” นายสุพรรณ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันช่องทางขายของบริษัทผ่านตัวแทนขาย ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ประมาณ 17 แห่ง และขายผ่านบริษัท ซึ่ง นายสุพรรณ กล่าวว่า ในอนาคตตลาดน่าจะเปลี่ยนไป หลังจากนักลงทุนมีความรู้มากขึ้น ทำให้ช่องทางขายเริ่มเปลี่ยนและลูกค้าก็จะแสวงหากองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีมากขึ้น

ปัจจุบันลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลเป็นนักลงทุนต่างประเทศมากกว่าครึ่ง และอีกหลายรายสนใจที่จะมาลงทุน ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนญี่ปุ่น โดยได้รับการแนะนำจากลูกค้าบอกต่อกันมา ซึ่งปัจจุบันนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก

นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์เป็นกองแรกสามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่ลูกค้าในเวลา 2 เดือน แต่หลังจากนั้นไม่เปิดขายกองใหม่อีก เนื่องจากไม่มั่นใจในภาวะตลาด

“แต่ปัจจุบันมองว่าดัชนีที่ปรับตัวลงเป็นโอกาสในการลงทุน จึงเปิดขายกอง 2 เสนอขายระหว่างวันที่ 1820 มิ.ย.นี้ ตั้งเป้าผลตอบแทน 8% เน้นขนาดกองทุนไม่ใหญ่เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ โดยหุ้นขนาดกลางเป็นกลุ่มเป้าหมาย มากกว่าหุ้นขนาดใหญ่ เนื่องจากหากดัชนีปรับตัวขึ้นไป กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ในระบบกว่าหมื่นล้านบาท อาจขายทำกำไรออกมา” นายสุพรรณ กล่าว

ได้หลังจากปรับโครงสร้างใหม่ โดยผมก็เพิ่งเข้ามาเริ่มงานเมื่อต้นปีที่ผ่านมา”นายสุพรรณ กล่าว

สำหรับบริษัท เอฟโวลูชั่น แคปปิตอล ผู้ถือหุ้นซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนทางเลือก ก็สนใจกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ แต่ขอดูการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์กองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่จะออกใหม่ในปีนี้เป็นสุดท้ายกับกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุน (รีทส์) ว่ากองไหนที่จะดีที่สุดกับลูกค้านายสุรเชษฐ์ ศรีวัฒนกุลวงศ์ ผู้จัดการกองทุน บลจ.โซลาริส กล่าวว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าประเทศใน 3 ปีข้างหน้า กลุ่มอินโดจีนน่าจะเติบโต 78% ต่อปี ทำให้น่าสนใจมากกว่าตลาดเกิดใหม่ทั่วไป โดยเฉพาะพม่า ซึ่งมีประชากรจำนวนมากและเพิ่งเปิดประเทศ รองลงมาคือ ลาว มีทรัพยากรมาก และไทยเด่นสุด เพราะเป็นศูนย์กลางในอาเซียน“ภาพรวมเศรษฐกิจโลก สหรัฐเริ่มฟื้นตัว ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปยังไม่ฟื้นและกลุ่มประเทศบริค (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน) ก็ผ่านจุดพีคไปแล้ว ทุกคนจึงหันมาสนใจกลุ่มอินโดจีนซึ่งอาจเห็นการเติบโตในตัวเลข 2 หลักทำให้เงินไหลเข้า”นายสุรเชษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ บลจ.โซลาริส ได้เปลี่ยนชื่อจากบลจ.ซีมิโก้ เมื่อเดือนเม.ย.2555 หลังจากบริษัทเอฟโวลูชั่น แคปปิตอล เข้ามาถือหุ้น 25% โดยบริษัทจัดตั้งมาเป็นเวลา 5 ปีและมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้จัดการหลายคน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ