
ธปท.เผยทุนนอกทิ้งไทยแล้ว9หมื่นล้าน
ธปท.เผยทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดบอนด์-หุ้นแล้ว 9 หมื่นล้านบาท ยอมรับกระทบค่าเงินบาทบ้าง แต่ไม่กระทบเสถียรภาพการเงิน
ธปท.เผยทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดบอนด์-หุ้นแล้ว 9 หมื่นล้านบาท ยอมรับกระทบค่าเงินบาทบ้าง แต่ไม่กระทบเสถียรภาพการเงิน
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วย ผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร(บอนด์)รวม 2 ตลาดขายออกแล้วประมาณ 9 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ขายออกจากตลาดหุ้น 4-5 หมื่นล้านบาท และตลาดบอดน์ 4 หมื่นล้านบาท แต่เงินทุนที่ขายออกเหล่านี้จะไหลออกไปจากไทยแล้วหรือไม่นั้น คาดว่าคงมีออกไปบ้าง เพราะดูจากเงินบาทที่ปรับอ่อนค่าลง แต่การไหลออกของทุนต่างชาติเกิดขึ้นทั้งภูมิภาคไมได้เกิดแต่เฉพาะไทย
นางจันทววรณ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในครึ่งปีแรกของปีนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นตอบรับข่าวดีตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคประสบปัญหาภายใน ทำให้มีเงินทุนไหลเข้าไทยจำนวนมากและกดดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่การแข็งค่าของเงินบาทในบางช่วงก็แข็งเกินปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจ ประกอบกับความกังวลของนักลงทุนว่าทางการอาจออกมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย
บวกกับเศรษฐกิจสหรัฐฯมีสัญญาณดีขึ้น ทำให้เกิดการคาดการณ์การปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี)ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ลง ทำให้ค่าเงินบาทในช่วงหลังปรับอ่อนค่า ซึ่งเงินบาทมีการเคลื่อนไหว 2 ทิศทาง โดยในช่วงที่มีความผันผวนสูงธปท.ก็ได้มีการเข้าดูแลตลาดตามความเหมาะสม แต่อยากเตือนให้นักลงทุนที่เกี่ยวข้องอัตราแลกเปลี่ยนมีการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนให้ต่อเนื่อนเพื่อป้องกันความเสี่ยงหายในช่วงที่ตลาดเงินผันผวน
อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค โดยตั้งแต่ต้นปีถึง 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา แข็งค่าขึ้น 0.2% จาก 30.61 เป็น 30.55 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ด้านเงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้น 1.68% ขณะที่ฮ่องกงอ่อนค่า 0.11% มาเลเซียอ่อนค่า 1.75% สิงคโปร์อ่อนค่า 2.32% อินโดนีเซียอ่อนค่า 2.43% ใต้หวันอ่อนค่า 2.73% ฟิลิปปินส์อ่อนค่า 4.12% อินเดียอ่อนค่า 4.64% และเกาหลีอ่อนค่า 4.81%
ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การไหลออกของเงินทุนต่างชาติยังไม่น่าห่วง เพราะเมื่อพิจารณาดูจากตลาดบอนด์ที่ต่างชิตเข้ามาลงทุนจำนวนมากก่อนหน้าที่ ที่มีสัดส่วนประมาณ 8 แสนล้านบาท หรือ 12% ของมูลค่าตลาดทั้งรวม คิดเป็นเงินเหรียญสหรัฐประมาณ 3 หมื่นล้านบาทเท่านั้น มีการลงทุนในบอน์ดเฉลี่ยที่อายุ 4-5 ปี ซึ่งปัจจุบันเงินทุนไหลออกออกจากไทยเพียงบางส่วน แต่ถึงจะไหลออกหมดทุนสำรองก็ยังรับได้
ทั้งนี้เพราะสัดส่วนที่ต่างชาติถือต่ำกว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยที่ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ และเมื่อดูจากสัดส่วนการลงทุนของต่างชาติในตลาดหุ้นถือว่าน้อยกว่าในตลาดบอนด์มาก และการที่จะเอาเงินออกจากตลาดหุ้นก็ไม่ได้ง่าย เพราะกลไกตลาดหุ้นมีการปรับตัว ถ้าราคาต่ำลงจะขายออกยากขึ้นและขาดทุน
“เท่าที่ประเมินดูโดยรวม ทั้งในตลาดบอนด์ ตลาดหุ้น และหนี้ระยะยสั้นในต่างประเทศก็ต่ำ พูดถึงช็อคหรือเรื่องที่จะทำให้ตลาดประหลาดใจก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่ธปท.ก้ไม่ประมาทมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” นายประสารกล่าว







