
‘แมนูไลฟ์’โชว์ฝีมือจ่ายปันผลกองหุ้น
“แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผล” แจก 0.50 บาทต่อหน่วย แนะทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต
“แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผล” แจก 0.50 บาทต่อหน่วย แนะทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต
นายต่อ อินทวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กองทุนเปิดแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผล ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นไทย ประกาศจ่ายเงินปันผลอัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล (XD) วันที่ 14 มิ.ย. และจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 21 มิ.ย.
ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อเดือน ส.ค. 2552 กองทุน MSEQ DIV สามารถจ่ายผลตอบแทนจากเงินปันผลได้เป็นครั้งที่ 13 ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ บลจ.แมนูไลฟ์ วางไว้ ที่จะพยายามจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาส เพื่อให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยจ่ายเงินปันผลรวมแล้วทั้งสิ้น 9.55 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราปันผลตอบแทนสูงถึง 95.50% จากราคาหน่วยลงทุนที่ระดับ 11.9878 บาทต่อหน่วย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 2556)
พร้อมกันนี้ นายต่อ กล่าวว่า บลจ.แมนูไลฟ์ ยังคงมีมุมมองในเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเชื่อว่าด้วยปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยเองยังเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุน และการปรับตัวในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทย เพราะยังมีบริษัทจดทะเบียนหลายบริษัทที่สามารถเติบโตและมีความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง และไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัจจัยในเชิงมหภาคและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศรวมถึงบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายการลงทุนหรือใช้จ่ายของภาครัฐ
“เรามองว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีความผันผวนในระยะสั้น เห็นได้จากในเวลาเพียงไม่กี่วัน ดัชนีปรับตัวลดลงระหว่างวัน ไปต่ำกว่า 1,380 จุด หรือประมาณ 15% หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 16 ปี ที่ระดับ 1,643 จุด เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและความผันผวนของการลงทุนในหุ้นได้ ด้วยการเลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เรารู้จักเป็นอย่างดีและมีข้อมูลในเชิงลึกที่สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ และที่สำคัญคือหาจังหวะลงทุนในระดับราคาที่ไม่แพง” นายต่อ กล่าว
สาเหตุมาจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของสหรัฐที่อาจปรับลดขนาดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณของการชะลอตัว ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติได้ขายทำกำไรในตลาด TIP (ไทย อินโดเซีย และฟิลิปปินส์) ทำให้ตลาดหุ้นอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ปรับตัวลดลงมามากเช่นกัน รวมทั้งนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ลงทุนมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วซึ่งมีกำไรมากพอสมควร จึงอาจขายทำกำไรและรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ในช่วงนี้ก่อน







