
‘บัณฑิต’เตือนเอกชนระดมทุนแพงขึ้น
สมาคมตราสารหนี้โชว์ 2 เดือน ต่างชาติขาย 6 หมื่นล้าน เตือนผู้ประกอบการรับมือต้นทุนเงินจะไม่ต่ำอีก
สมาคมตราสารหนี้โชว์ 2 เดือน ต่างชาติขาย 6 หมื่นล้าน เตือนผู้ประกอบการรับมือต้นทุนเงินจะไม่ต่ำอีก
นายบัณฑิต นิจถาวร ประธานคณะกรรมการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณหากเศรษฐกิจสหรัฐดีอาจจะลดเม็ดเงินในมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ (QE) พบว่านักลงทุนต่างชาติได้ขายการลงทุนในตราสารหนี้มาโดยตลอด หรือในช่วง 2 เดือนระหว่างเดือน พ.ค.มิ.ย. มีการขายสุทธิในตลาดหนี้ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้ระยะสั้นและได้รวมตราสารที่หมดอายุลงด้วย แต่เมื่อเทียบกับยอดการถือครองตราสารหนี้ของต่างชาติแล้ว เป็นสัดส่วนไม่มากเพียง 5% ของยอดการถือครองทั้งหมดที่มีจำนวน 8 แสนล้านบาท
“นักลงทุนต่างชาติขายตราสารหนี้หนักในช่วง 2 เดือนหลังนี้ แต่ก็เป็นอัตราใกล้เคียงกับยอดที่ขายในตลาดหุ้นในช่วงเวลาเดียวกันที่มีการขายออกมาประมาณ 5 หมื่นล้านบาท แต่หากพิจารณายอดซื้อตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ยังมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ไทยอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท”
นายบัณฑิต กล่าวว่า ประเมินว่าจากนี้ไปสภาพตลาดตราสารหนี้คงจะมีเงินไหลเข้าออกเป็นช่วงๆ ผลจากการส่งสัญญาณของเฟดทำให้นักลงทุนต่างชาติขายปรับพอร์ตทั้งหุ้นและตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อไหลกลับไปยังสหรัฐ ดังนั้นความผันผวนในตลาดเงินจากนี้ไปคงจะมีมากขึ้น ข้อสำคัญจำเป็นต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญๆ ของสหรัฐอย่างใกล้ชิด เช่น ตัวเลขการจ้างงาน ตัวเลขการผลิตของภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น
นอกจากนั้น ประเมินว่าจากนี้ไปต้นทุนทางการเงินของการระดมทุนในประเทศคงไม่ถูกเหมือนช่วงที่ผ่านมา และผู้ประกอบการต้องตระหนักถึงประเด็นเหล่านี้ รวมถึงการพิจารณาตัดสินใจลงทุนในโครงการต่างๆ ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาต้นทุนการเงินของการระดมทุนในตราสารหนี้ถูกและทำได้ง่าย เกิดจากเงินทุนไหลเข้าประเทศไทยเกิดจากภาวะพิเศษสหรัฐอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ สร้างสภาพคล่องให้กับประเทศไทย







