
หนุนSMEมาเลย์เปิดตลาด
ราซัคแนะช่วยเสริมศักยภาพแข่งขันมุ่งหาคู่ค้าในภูมิภาคเพื่อโตยั่งยืน
ราซัคแนะช่วยเสริมศักยภาพแข่งขันมุ่งหาคู่ค้าในภูมิภาคเพื่อโตยั่งยืน
ผู้นำมาเลเซียแนะเอสเอ็มอีเปิดตลาดรับการแข่งขัน หาคู่ค้าภายในภูมิภาค เพื่อความมั่งคั่งระยะยาว
นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย แนะนำธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในประเทศ ระหว่างการเปิดงานประชุมด้านการลงทุนมาเลเซียประจำปี 2556 ว่า ต้องรู้จักยืดหยุ่นและเปิดกว้างมากขึ้นเพื่อเอื้อให้เกิดการแข่งขัน รวมถึงการสร้างสายสัมพันธ์กับธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ ผู้นำมาเลเซียยังได้เน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการลงทุนภายในประเทศ และการเชื่อมโยงกับภาครัฐ ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานเอสเอ็มอีให้มีศักยภาพแข่งขันในเวทีระดับโลกมากยิ่งขึ้น โดยภายในงาน นายกรัฐมนตรียังได้แนะนำวีซ่าเข้าออกมาเลเซียได้หลายครั้งสำหรับนักลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนที่ได้ผ่านการรับรองอีกด้วย
“เรายังจำเป็นต้องทุ่มเทความพยายามเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ด้านการเงินของโลกอิสลามในตลาดให้มากขึ้น และทำให้ตลาดทุนแบบอิสลามมีความเป็นสากล เพื่อให้ภาคธุรกิจมาเลเซียสามารถเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ทุกสังคมได้” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าว
สำหรับในส่วนของธุรกิจเอสเอ็มอี ผู้นำมาเลเซียยังได้เรียกร้องให้ภาครัฐปรับปรุงระบบเพื่อเชื่อมโยงการลงทุนกับบริษัทผ่านกองทุนประกันสังคมของมาเลเซีย เพื่อให้กองทุนนี้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญที่จะทำให้ตลาดในประเทศคึกคักมีชีวิตชีวา
รายงานระบุว่า แผนส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีของมาเลเซียยังรวมถึงโครงการใหม่ที่นายกรัฐมนตรีเตรียมเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างนี้ โดยให้ชื่อว่าโครงการตัวแทนนักศึกษาจบใหม่ เพื่อดึงให้เด็กจบใหม่หลายพันคนผันตัวสร้างกิจการของตนเอง
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีราซัคยังให้คำมั่นที่จะสนับสนุนการลงทุนข้ามพรมแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ให้มากขึ้น เพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบของอาเซียน โดยขณะนี้ปริมาณการลงทุนระหว่างกันของอาเซียนยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเฉพาะมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย รวมกันมีสัดส่วนเพียง 8% ของเงินลงทุนในต่างแดนของทั้งภูมิภาคเท่านั้น







