posttoday
โอกิลวี่ปรับแผนสู่คอนเทนต์เอเยนซี

โอกิลวี่ปรับแผนสู่คอนเทนต์เอเยนซี

13 มิถุนายน 2556

ทีวีดิจิตอลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวรับมือเช่นเดียวกับธุรกิจโฆษณา เพราะจากช่องทางสื่อฟรีทีวีที่กำลังจะเพิ่มขึ้น การเลือกซื้อสื่อย่อมเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งโอกิลวี่ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่กำลังปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง

ทีวีดิจิตอลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวรับมือเช่นเดียวกับธุรกิจโฆษณา เพราะจากช่องทางสื่อฟรีทีวีที่กำลังจะเพิ่มขึ้น การเลือกซื้อสื่อย่อมเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งโอกิลวี่ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่กำลังปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง

ภาวิต จิตรกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ แอดเวอร์ไทซิ่ง ประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้เริ่มเดินสายคุยกับลูกค้าบ้างแล้วเกี่ยวกับการปรับแผนการทำโฆษณา ซึ่งกลยุทธ์หลักๆ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ข้อ คือ 1.เนื้อหาของงานโฆษณาต้องมีมากขึ้น เพราะหลังจากทีวีดิจิตอลเกิดขึ้นฟรีทีวีในประเทศไทยจะมีเพิ่มขึ้นอีก 24 ช่อง จากปัจจุบันมีแค่ 6 ช่องเท่านั้น 2.งานต้องมีคุณภาพมากขึ้น และ 3.เอเยนซีต้องเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น

การเกิดขึ้นของทีวีดิจิตอลถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างเอสเอ็มอี ให้สามารถนำสินค้าเข้ามาโฆษณาในฟรีทีวีได้มากขึ้น จากเดิมผู้ประกอบการดังกล่าวอาจไม่มีโอกาสที่จะลงโฆษณาในสื่อฟรีทีวี เนื่องจากช่องหลักในการซื้อสื่อโฆษณายังคงเป็นช่อง 3 และช่อง 7 ซึ่งค่าโฆษณาค่อนข้างสูง

“นักโฆษณาเองก็ต้องก้าวให้ทัน เพราะผู้บริโภคจะมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังจากเกิดขึ้นของทีวีดิจิตอล คือ จะมีการสวิตช์การชมรายการทีวีมากขึ้น ดังนั้นเอเยนซีควรทำตัวเป็น ‘คอนเทนต์’ คือ การเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำคอนเทนต์ หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลิตรายการนั้นๆ จากเดิมจะทำแค่งานโฆษณาไปวางตามช่องต่างๆ เท่านั้น” ภาวิต กล่าว

ด้วยเหตุนี้ โอกิลวี่จึงมีแผนที่จะเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจาก “แอดเวอร์ไทซิงเอเยนซี” เป็น “คอนเทนต์เอเยนซี” เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นดังกล่าว ซึ่งเอเยนซีจะต้องมีการทำงานร่วมกับลูกค้าและเจ้าของรายการมากขึ้น เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไว้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ตอนนี้ถือเป็นโอกาสของเอเยนซีที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่ดี เพราะทีวีดิจิตอลถือเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ เมื่อก่อนอาจมีแค่เอสเอ็มเอสก็สามารถเข้าถึงลูกค้าได้แล้ว แต่วันนี้มีเฟซไทม์ ซึ่งหลังจากนี้อาจมีการผลิตหนังโฆษณาที่ให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น ผู้บริโภคสามารถเลือกตอนจบของโฆษณา

“ในฐานะที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมโฆษณา เราต้องมีการสร้างสรรค์ชิ้นงานโฆษณาที่นำเทรนด์ ซึ่งตอนนี้เราพร้อมแล้ว และจะทำงานทันทีหลังเกิดทีวีดิจิตอล โดยตอนนี้ได้เริ่มพูดคุยกับลูกค้าเกี่ยวกับแนวทางการทำงานโฆษณาบ้างแล้ว” ภาวิต กล่าว

แม้ว่าเอเยนซีจะต้องมีการคิดงานใหม่ที่แม่นยำและเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทิ้งสิ่งเดิมๆ ที่เคยทำมา เพราะการเป็นเอเยนซีที่ดีต้องมีการอัพเกรดตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อมีทีวีดิจิตอลเกิดขึ้น เนื่องจากผู้ชมจะมีโอกาสเสพในสิ่งที่ตัวเองสนใจมากขึ้น

จากความคิดสร้างสรรค์บวกกับการรับรางวัลโกลด์ อวอร์ด ที่เพิ่งชนะมา ส่งผลให้ปัจจุบันโอกิลวี่มีลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการแล้วจำนวน 8 ราย และกำลังเจรจาอีกหลายราย จากความสำเร็จดังกล่าวทำให้โอกิลวี่วางเป้าหมายรายได้สิ้นปีนี้ว่าจะเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก เช่นเดียวกับช่วง 4 เดือนแรกของปี

อัตราการเติบโตดังกล่าว ถือว่าสวนทางกับภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณา ซึ่งมีอัตราการเติบโตเพียง 2.3% เท่านั้น โดยสื่อหลักที่ยังครองแชมป์มีเม็ดเงินโฆษณาไหลผ่านมือมากที่สุดยังคงเป็นสื่อทีวี ตามด้วยหนังสือพิมพ์ วิทยุ โรงหนัง และนิตยสาร

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ