
เรียนรู้ปัญหา..."สหกิจศึกษานานาชาติ"
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
“ระบบสหกิจศึกษา” เป็นการศึกษาที่ผสมผสานการเรียนของนักศึกษาในสถานศึกษาร่วมกับการหาประสบการณ์จริงจากการทำงานในสถานประกอบการเป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะให้ตรงตามความต้องการของตลาด อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตเหล่านี้ มีศักยภาพพร้อมที่จะออกไปแข่งขันในเวทีสากลได้
กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยที่จัดสหกิจศึกษาไปแล้วประมาณ 50% ของมหาวิทยาลัยทั้งหมด และช่วง 23 ปีที่ผ่านมาเป็นที่น่าสังเกตว่า มีมหาวิทยาลัยเอกชนและผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษา อีกทั้งยังพบว่าบัณฑิตที่จบหลักสูตรรูปแบบนี้จะหางานทำเร็วกว่าบัณฑิตที่ไม่ผ่านการฝึกสหกิจศึกษา แถมมีบางรายถูกจองตัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ
จากความสำเร็จดังกล่าว ตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายจะผลักดันโครงการสหกิจศึกษาไทยไปสู่ระดับนานาชาติ คือ แลกเปลี่ยนนักศึกษากับประเทศอื่นๆ เบื้องต้นอาจเริ่มจากกลุ่มประเทศอาเซียนบวก 3 ก่อน รวมถึงประเทศยุโรปบางประเทศ เนื่องจากธุรกิจยุคนี้ข้ามพรมแดนมากขึ้น
อิศร ปกมนตรี เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ มองว่า สิ่งที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษในโครงการนี้ คือ เรื่องวีซ่าของนักศึกษาที่จะไปฝึกงานต่างประเทศ เพราะโครงการสหกิจศึกษาเป็นเรื่องเฉพาะทาง จึงต้องตรวจสอบว่าได้รับวีซ่าถูกประเภทหรือไม่ เพราะหากผิดพลาดจะเป็นปัญหาได้
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องใบรับรองวิชาชีพ ที่ต้องประสานกับสถานเอกอัครราชทูตประเทศนั้นๆ ให้ดีว่านักศึกษาที่จะไปจำเป็นต้องได้รับใบรับรองวิชาชีพนี้หรือไม่อย่างไร และเรื่องการเสียภาษีที่ต้องปรึกษากรมสรรพสามิตว่านักศึกษาที่ไปฝึกงาน 4 เดือนแล้วมีรายได้ จะต้องมีการจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายในประเทศนั้นๆ ด้วยหรือไม่ รวมทั้งเมื่อเดินทางกลับประเทศ เด็กเหล่านี้จะต้องเสียภาษีเงินได้อีกหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณีที่สถานประกอบการไทยรับนักศึกษาสหกิจศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาฝึกงานด้วย
“เด็กไทยที่เข้าโครงการสหกิจศึกษานานาชาติควรทำคือ เปิดใจให้กว้าง เคารพกฎระเบียบของประเทศนั้นๆ และไม่ควรทำอะไรเกินเลยหน้าที่ตัวเอง ขณะเดียวกันควรศึกษาข้อมูลของประเทศไทยด้วย เพื่อไปแลกเปลี่ยนความรู้กับชาวต่างชาติ” อิศร กล่าว
ด้านเอกชนอย่าง สุภชาติ เชิดเกียรติกูล ผู้จัดการแผนกฝึกอบรม บริษัท สมบูรณ์แอ๊ดวานซ์เทคโนโลยี เล่าว่า มีนโยบายรับนักศึกษาฝึกงานนานาชาติอยู่แล้ว เพราะทำให้พนักงานมีโอกาสเรียนรู้จากเด็กนานาชาติ เนื่องจากแต่ละประเทศมีเทคนิคการเรียนการสอน ทัศนคติ และแนวความคิดที่ต่างกัน อีกทั้งได้รู้ภาษาและวัฒนธรรมประเทศนั้นๆ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทคัดเลือกนักศึกษาโครงการสหกิจศึกษาที่ยื่นใบสมัครเข้ามาเอง เพื่อคัดเด็กระดับหนึ่ง แต่สำหรับนักศึกษาต่างชาติต้องอาศัยสถาบันการศึกษาพิจารณาให้
สำหรับปัญหาการส่งนักศึกษาโครงการสหกิจนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของระยะเวลาแจ้งฝึกงานที่กระชั้นชิดไป ทำให้สถานประกอบการเตรียมตัวไม่ทัน ทั้งเรื่องที่พักและการเดินทาง จึงอยากให้สถาบันการศึกษาแจ้งให้สถานประกอบการรู้ตัวก่อนอย่างน้อย 36 เดือน รองลงมาคือเรื่องรายละเอียดและคุณสมบัติของนักศึกษา เช่น เรียนสาขาอะไร จะมาถึงวันไหน เพื่อจัดทีมงานและพี่เลี้ยงได้ตรงตามเป้าหมาย
พัชนี นนทศักดิ์ คณบดีคณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา มองว่า สหกิจศึกษานานาชาติของไทยติดปัญหาที่เด็กไทยไม่ค่อยชอบไปฝึกงานในต่างประเทศ เพราะกลัวเรื่องการใช้ชีวิต ความเป็นอยู่ และไม่พร้อมเรื่องภาษา ขณะที่นักศึกษาต่างชาติขอเข้ามาฝึกงานในไทยจำนวนมาก ล่าสุดมีนักศึกษาจากเกาหลีและอินโดนีเซียสนใจมาฝึกงานการโรงแรมในไทย ซึ่งมหาวิทยาลัยกำลังเจรจาและสำรวจความต้องการบุคลากรกับทางสมาคมผู้ประกอบการโรงแรมไทยอยู่ว่าสามารถรับได้มากน้อยแค่ไหน







